รีเซต

ผลการค้นหา “GREAT ACCELERATION, THE” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
เส้นที่สองมาแล้ว! "แสตมป์" สร้างประวัติศาสตร์ซิวแชมป์มวยไทยศึก ONE: CALL TO GREATNESS
อ่าน

เส้นที่สองมาแล้ว! "แสตมป์" สร้างประวัติศาสตร์ซิวแชมป์มวยไทยศึก ONE: CALL TO GREATNESS

ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ระบิดความมันส์ครั้งล่าสุดที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม ประเทศสิงคโปร์ ขนกองทัพนักกีฬาระดับโลกขึ้นสังเวียนมากมาย ภายใต้ชื่อศึก ONE: CALL TO GREATNESS เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา คู่เอกเป็นการชิงแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ที่ว่างอยู่ ระหว่าง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตหญิง ขึ้นเวทีล่าเข็มขัดเส้นที่สองของตัวเอง ด้วยการพบกับ เจเน็ต ท็อดด์ กำปั้นสาวรุ่นพี่ชาวสหรัฐอเมริกา การแข่งขันคู่นี้เป็นไปอย่างดุเดือดตลอดห้ายก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแสตมป์ที่เดินเข้าหาชวนทะเลาะ สลับกับดักต่อยจังหวะสองได้สวยๆหลายหมัด ด้านท็อดด์เองก็มีอาวุธตอบโต้น่ากลัว โดยเฉพาะหมัดชุดที่ค่อนข้างว่องไว แต่ก็ยังเข้าเป้าไม่จะแจ้งเท่าไรนัก ครบห้ายก กรรมการให้คะแนนทั้งสามท่านจึงเทใจให้สาวไทยชนะไปอย่างเอกฉันท์ จากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของ ONE ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกได้สองเส้น นั่นก็คือ คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย ในพิกัดอะตอมเวตนั่นเอง คู่รองของรายการ เป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ ONE เวิร์ลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบแปดคนสุดท้าย อาเรียล เซ็กซ์ตัน จอมซับมิสชั่นชาวคอสตาริก้า ลิ่วเข้ารอบตัดเชือก หลังจากล็อกคอ อาเมียร์ ข่าน ซุปตาร์ขวัญใจเจ้าถิ่นด้วยท่า Rear Naked Choke ในยกที่สาม ไฟต์นี้เซ็กซ์ตันตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากหลายครั้งในท่ายืนตั้งแต่ยกแรก แต่เจ้าตัวก็เอาตัวรอดได้ดี พร้อมทั้งทำผลงานได้จะแจ้งกว่าในท่านอนที่ตนถนัด และสุดท้ายก็มาสัมฤทธิ์ผลเมื่อจัดการล็อกคอข่านอย่างสมบูรณ์แบบ จนฝ่ายหลังต้องขอแท็ปยอมแพ้ต่อหน้ากองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ อีกคู่ของทัวร์นาเมนต์ ONE เวิร์ลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบแปดคนสุดท้าย เซย์กิด กูเซย์น อาร์สลานาลิเยฟ จากตุรกี คว้าตั๋วรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เมื่อจัดการน็อก เอฟ ทิง กำปั้นมาเลเซีย-นิวซีแลนด์ ดีกรีอดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก ด้วยเวลาเพียง 25 วินาทีเท่านั้น โดยช็อตพิฆาตเกิดขึ้นเมื่ออาร์สลานาลิเยฟปล่อยหมัดซ้ายเข้าเต็มกราม ก่อนตามด้วยหมัดอัปเปอร์คัต ปิดบัญชีไปได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ในเวทีเดียวกันยังมี 2 นักกีฬาชาวไทยขึ้นสังเวียน ซึ่งต่างก็ซิวชัยเหนือคู่แข่งแบบไม่ครบยกได้ทั้งคู่ เริ่มที่ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค อดีตแชมป์ ONE รุ่นสตรอว์เวต ล้างแค้นให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยการปิดบัญชี เจเรมี่ The Jaguar มิอาโด้ จากฟิลิปปินส์ ได้ด้วยการชนะ TKO คู่นี้เปิดฉากมาก็เดินหน้าแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดแทบจะปลายเท้าชนกันก่อนจะหมดยกแรกไปแบบสุดมันส์ แต่มาในยกที่สอง เป็นเดชดำรงค์ที่ชิงจังหวะบนพื้นได้ดีกว่า จับล็อกคอมิอาโด้ที่อยู่ในท่าคุกเข่า ก่อนประเคนเข่าซ้าย-ขวาใส่บริเวณศีรษะนานร่วมนาที กรรมการเห็นว่ามิอาโด้ไม่อยู่ในสภาพป้องกันตัวหรือตอบโต้ได้จึงยุติการแข่งขันไปแบบไม่มีทางเลือก อีกคู่เป็นการแข่งขัน ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการคว่ำ มาซาฮิเดะ คุโดะ คู่ต่อกรชาวญี่ปุ่น ไปแบบสุดประทับใจผู้ชม โดยเกมการชกเป็นเพชรดำเดินหน้าออกอาวุธซ้ายที่ตนถนัดทั้งหมัดและเท้า ก่อนในช่วงต้นยกที่สอง กำปั้นชาวไทยวัย 20 ปีจะวางแข้งขวาก่อนตามด้วยหมัดซ้ายตรงเข้าใบหน้าคุโดะอย่างจังจนนักมวยแดนปลาดิบทรุดลงไปกองกับพื้น แม้จะพยายามลุกขึ้นแต่ก็ไม่ไหว กรรมการบนเวทีต้องยุติการชกไปในที่สุด สรุปผลการแข่งขันทุกคู่อย่างเป็นทางการในศึก ONE: CALL TO GREATNESS ชิงแชมป์ว่าง ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง : แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เจเน็ต ท็อดด์ หลังแข่งขันครบ 5 ยก ONE เวิร์ลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบแปดคนสุดท้าย : อาเรียล เซ็กซ์ตัน ชนะซับมิสชั่น (Rear Naked Choke) อาเมียร์ ข่าน ในนาทีที่ 1.13 ของยกที่ 3 ONE เวิร์ลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบแปดคนสุดท้าย : เซย์กิด กูเซย์น อาร์สลานาลิเยฟ ชนะ TKO เอฟ ทิง ในนาทีที่ 0.25 ของยกที่ 1 ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต : นีกี้ โฮลซ์เกน ชนะคะแนนเอกฉันท์ มุสตาฟา ไฮด้า หลังแข่งขันครบ 3 ยก พิกัดแคตช์เวต (56.9 กก.) : เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ชนะ TKO เจเรมี่ มิอาโด้ ในนาทีที่ 2.38 ของยกที่ 2 ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต : เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ ชนะน็อก มาซาฮิเดะ คุโดะ ในนาทีที่ 0.35 ของยกที่ 2 ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต : จาง เฉิง หลง ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ คอง ซัมโบ หลังแข่งขันครบ 3 ยก ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต : เรเกียน เอียร์เซล ชนะน็อก แอนโธนี่ เอ็นโจกูอานี่ ในนาทีที่ 1.03 ของยกที่ 2 รุ่นสตรอว์เวตหญิง : อายากะ มิอุระ ชนะซับมิสชั่น (Americana) ลอร่า บาลิน ในนาทีที่ 1.13 ของยกที่ 1 รุ่นแบนตัมเวต : มาซากาซู อิมานาริ ชนะซับมิสชั่น (Heel Hook) ควอน วอน อิล ในนาทีที่ 0.53 ของยกที่ 1 รุ่นฟลายเวต : รูดี้ อากุสเตียน ชนะซับมิสชั่น (Rear Naked Choke) โขน สิชัน ในนาทีที่ 3.14 ของยกที่ 1 สามารถอัพเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ONE Championship ได้ที่ www.onefc.com รวมทั้งทางทวิตเตอร์กับอินสตาแกรม @ONEChampionship และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019 อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19 ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย ดูบอลสด ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่ ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก! ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก! ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

โปรดิวเซอร์เคลียร์เอง! ทำไม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great Kingdom ไม่มีระบบจีบ !?
อ่าน

โปรดิวเซอร์เคลียร์เอง! ทำไม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great Kingdom ไม่มีระบบจีบ !?

ในงาน Thailand Game Show 2022 : Come Back ได้มีบูธเกมมาตั้งมากมาย รวมถึงค่ายเกมดังอย่าง Bandai Namco Entertainment Asia ที่ได้มาจัดบูธใหญ่ในงานด้วย ! ที่บูธ M5-M12 โดยทาง Bandai Namco ได้เชิญทาง beartai สัมภาษณ์โปรดิวเซอร์เกมใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยถึง 2 เกมด้วยกัน ! คือโดราเอมอนและวันพีช พร้อมถามคำถามสำคัญแทนผู้อ่านทุกท่านให้แล้ว ! โดยทางแบไต๋ ได้สัมภาษณ์คุณโคจิ นาคาจิม่า (Koji Nakajima) โปรดิวเซอร์จากเกม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great Kingdom ในหลาย ๆ เรื่องที่แฟนเกมชาวไทยอยากรู้! คุณโคจิ นาคาจิม่า (Koji Nakajima)โปรดิวเซอร์จากเกม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great Kingdom Q : ในภาคใหม่นี้ ระบบที่ต่างจากเดิมมีอะไรบ้าง และได้ยินมาว่า ภาคนี้จะมี Co-Op ด้วย ระบบการเล่นในภาคใหม่นี้เป็นอย่างไร ? ใน Doraemon Story of Seasons : Friends of the Great Kingdom จะมีระบบบัดดี้ที่จะเข้ามาเพิ่ม เป็นเพื่อนช่วยเราปลูกผัก ทำฟาร์มต่าง ๆ หรือกระทั่ง ในภาคนี้มีของวิเศษที่ช่วยให้ทำฟาร์มง่ายขึ้น หรือสามารถปลูกพืชพิเศษที่ต้องพึ่งพาของวิเศษ เช่นผักชนิดนี้ปลูกได้เฉพาะบนเมฆที่ทำให้แข็งตัวแล้ว ผ่านของวิเศษของโดเรม่อนเท่านััน เป็นต้น ส่วนโหมด Co-op ในภาคนี้ จะอยู่ในรูปแบบ Local Co-Op หรือเล่นด้วยกันแบบแชร์หน้าจอกัน ซึ่งผู้เล่นไม่สามารถเดินออกจากจอได้ เท่านั้น เพราะว่าทางผู้พัฒนา อยากให้ทุกคนที่เล่น ได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งการใช้เวลาร่วมกัน ร่วมพูดคุยกันแบบเห็นหน้าที่บ้าน จะสร้างอารมณ์ ความอบอุ่น ความรู้สึกดีที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน หรือคนในครอบครัวได้ Q : ในภาคที่แล้วไม่มีระบบจีบตัวละครในเกมอย่างชิสุกะเลย แล้วในภาคนี้จะมีระบบจีบ หรือแต่งงานหรือไม่ และเพราะอะไร ? ในนี้ยังคงไม่มีระบบจีบ หรือแต่งงานมาให้นะครับ จะมีมากสุดแค่การเจออีเวนต์ต่าง ๆ ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครเท่านั้น อาจจะมีโมเมนต์เราที่เล่นเป็นโนบิตะ ได้ไปช่วยชิสุกะในเหตุการณ์ต่าง ๆ และอย่างสุดท้ายก็คือการอาศัยร่วมกัน ในภาคนี้ เราสามารถเชิญเพื่อนมาเป็นเพื่อนร่วมบ้านของเราได้ ให้ความรู้สึกเหมือนบัดดี้ หรือรูมเมตครับ สาเหตุที่ไม่มีระบบจีบมาให้ในเกมภาคนี้ ก็เพราะว่าอยากให้เกมนี้เป็นเกมที่อบอุ่นใจ อยากให้เป็นเกมที่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าที่จะโฟกัสในเรื่องของการจีบกันต่าง ๆ นั่นเอง Q : เนื้อเรื่องของภาคนี้มีความเกี่ยวข้องกับภาคที่แล้วหรือไม่ หรือว่าเป็นการรีเซ็ตเนื้อเรื่องใหม่หมดเลย ? เรื่องราว ฉากหลังของภาคนี้จะเป็นการเริ่มใหม่ทั้งหมดเลย เนื้อเรื่องนั้นถูกเขียนขึ้นใหม่ และไม่ได้มีความต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว แปลว่าคนที่ไม่ได้เล่นภาคที่แล้วมา ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะงงกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด เริ่มต้นความสนุกใหม่ในภาคนี้ได้เลยครับ Q : เสียงตอบรับชาวไทยจากเกมภาคที่แล้วดีไหม ? และในภาคนี้ จะมีการรองรับภาษาไทยที่มากกว่าเมนู หรือซับไตเติลหรือไม่ ? เสียงตอบรับชาวไทยก็คือดีมาก ๆ แม้ว่าตัวเกมจะไม่มีภาษาไทยมาให้ในภาคที่แล้วก็ตาม ทำให้ภาคนี้ ทางผู้พัฒนาเลยตัดสินใจแปลไทยทั้งเกมเลย ทั้งเมนู เนื้อเรื่อง ไอเทมต่าง ๆ แต่ยังคงใช้เสียงพากย์ญี่ปุ่นต้นฉบับเหมือนเดิม โดยคำศัพท์บางคำ ถ้าการใช้ภาษาอังกฤษให้ความชัดเจนได้มากกว่า คำนั้นก็จะแปลเป็นภาษาอังกฤษแทน Q : อยากฝากอะไรกับแฟน ๆ เกม Doraemon Story of Seasons ชาวไทยที่กำลังจะได้เล่นภาคใหม่นี้บ้าง ? สิ่งที่โปรดิวเซอร์อยากฝากก็คือ อยากขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่ให้การตอบรับ Doraemon Story of Seasons : Friends of the Great Kingdom เป็นอย่างดี รวมถึงดีใจที่คนไทยเป็นคนที่ชอบเกมแนวปลูกผัก และอยากให้ทุกคนได้สนุกกับเกมภาค 2 นี้ และสำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อน ก็อยากจะให้ได้ลองเล่นเกมภาคนี้กัน และใครที่อยากลองเล่น ก็สามารถดาวน์โหลด Demo หรือ Trial ของตัวเกมได้แล้ว ทุกแพลตฟอร์มเลย ! โดยเกม Doraemon Story of Seasons : Friends of the Great Kingdom จะวางจำหน่ายในทุกแพลตฟอร์ม ทุกโซน รวมถึงประเทศไทยด้วย ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ใน PlayStation 5, Nintendo Switch และบน Steam ! พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เปิดตัวรายการ The Great Disruption by TDPK
อ่าน

ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เปิดตัวรายการ The Great Disruption by TDPK

กรุงเทพฯ 11 มิ.ย. 63 โรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้เปลี่ยนวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแบบฉับพลัน หลายๆธุรกิจได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเต็มที่ก็คือ ธุรกิจอีเวนต์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้รับเกียรติจากคุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอีเวนต์ระดับโลก ที่กวาดรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย มาร่วมรายการทอล์คสร้างแรงบันดาลใจใน The Great Disruption by TDPK ตอน โควิด-19 ร่วมเจาะลึกแนวคิดเชิงบวกกับปัญหาที่คาดไม่ถึงจากเจ้าของธุรกิจ โดยจะมาแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ทั้งการปรับตัว สร้างโอกาสให้รอดจากวิกฤตครั้งนี้ คุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า อินเด็กซ์ ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจอีเวนต์ในประเทศไทย โดยกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ที่จริงเรามีการปรับตัวมากว่า 10 ปีแล้วที่มาถึงจุดนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อธุรกิจตลอดเวลา เราเริ่มมีการขยายธุรกิจ นอกจากธุรกิจอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งแล้ว อินเด็กซ์ยังมียูนิตที่ทำงานอีเวนต์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำเทรดแฟร์ในต่างประเทศ และมีอีเวนต์ของตัวเอง (Own Project) อย่าง KILORUN และ วัดร่องขุ่นไลท์เฟส เป็นต้น แต่วิกฤตโควิด-19 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีธุรกิจอีเวนต์ที่มีมาตรการห้ามจัดงานทุกชนิด ถือเป็น Disrupt ครั้งใหญ่ของวงการอีเวนต์ จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายรายต่างต้องปิดกิจการ แต่สำหรับอินเด็กซ์มีหน่วยงานเล็กๆ ที่แม้จะปรับตัวอย่างไรก็ไม่มีงาน ทีมงานจึงเกิดแนวคิดทำธุรกิจฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ข้อได้เปรียบคือเรามีแบรนด์พาวเวอร์ อยู่แล้ว หลังจากทำไม่นานปรากฏว่าผลตอบรับออกมาดีมากเกินกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงเห็นเป็นโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Kill Klean โดยเปิดเป็นเฟรนไชส์ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำทั้งในยุโรปและเอเชีย โดยออกแพ็กเกจเริ่มต้น 3 ขนาด ได้แก่ ไซส์เอส(S) เอ็ม(M) และแอล(L) จากเหตุการณ์นี้ จะเห็นได้ว่าความคิดที่ดีนั้นสามารถมาได้จากทุกที่ อยู่ที่การเปิดใจยอมรับของผู้บริหาร และที่สำคัญคือการยอมรับความเสี่ยงพร้อมการปรับตัวอย่างรวดเร็ว อีกประเด็นที่น่าสังเกตคือทุกครั้งที่เกิดวิกฤตจะได้เห็นการ Co-operate หรือการร่วมธุรกิจกัน เนื่องจากทุกธุรกิจอยู่ในสภาวะต้องหาทางรอด วิธีการนี้จะนำศักยภาพของแต่ละฝ่ายมารวมกัน การมีพันธมิตรและกลยุทธ์ที่ดีจะทำให้ทุกอย่างติดปีกไปได้อย่างเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งอีกไม่นานจะได้เห็นอีกมิติของการร่วมมือกันระหว่าง อินเด็กซ์ กับพันธมิตรรายอื่นๆ แม้ว่าในขณะนี้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การจัดงานโดยเฉพาะงานบันเทิงอย่างคอนเสิร์ตไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ได้ อย่างเร็วอาจจะจัดได้ช่วงประมาณปลายปีหน้า ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะกลับมาสู่โหมดพอจัดงานได้แต่คงไม่ปกติเหมือนเดิม โดยเฉพาะงานที่ต้องจัดภายในอาคารคุณเกรียงไกร แบ่งปันแนวคิดว่า การมองในมุมที่แย่ที่สุด จะทำให้กลับมาตั้งหลักได้ง่ายกว่า ทางอินเด็กซ์ จึงมีแพลนที่อยู่ระหว่างการทรานฟอร์มอีกครั้งสู่เทรนด์ใหม่ในการจัดงานแบบ ไฮบริด อีเวนต์ ที่มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ตั้งแต่รูปแบบงาน การดีไซน์ สีสัน การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง ต้องทำอย่างไรให้มีความพอดี มีอินเทอร์แอคทีฟให้ผู้ชมสนุกไปกับงาน ในวันนี้ผู้คนระวังตัวมากขึ้น ไม่มีการไปเบียดๆ กันในคอนเสิร์ตเหมือนเมื่อก่อน จึงต้องหาแนวทางในการทำอีเวนต์ และที่สำคัญคือการหา pain point ให้เจอ สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เคล็ดลับการฝ่าวิกฤตโควิด-19 จากประสบการณ์ตรงของเจ้าของธุรกิจ ติดตามชมย้อนหลังได้ในรายการทอล์คสร้างแรงบันดาลใจ The Great Disruption by TDPK ตอน โควิด-19 กับ 6 ตอนพิเศษ ที่ถ่ายทอดมุมมองของเจ้าของธุรกิจจาก Once Again Hostel, Penguin eat shabu, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Muse Corporation และ Tuk Tuk X โดยสามารถรับชมได้ทางเฟซบุ๊ก True Digital Park หรือ https://bit.ly/TheGreatDisruptionbyTDPK

“สุสานใต้ทะเล” หายนะปะการังฟอกขาว จาก Great Barrier Reef สู่ทะเลไทย
อ่าน

“สุสานใต้ทะเล” หายนะปะการังฟอกขาว จาก Great Barrier Reef สู่ทะเลไทย

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศเมื่อเดือนเมษายน 2567 ว่า โลกกำลังเข้าสู่วิกฤตปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ กระทบอย่างน้อย 53 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยแนวปะการังที่เคยสวยงามของออสเตรเลียเวลานี้สีสันได้หายไปกลายเป็นซากศพสีขาวจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงซ้ำเติมด้วยปรากฎการณ์เอลนีโญโทษประหารชีวิตใต้ทะเลศาสตราจารย์โอเวโฮกห์กุลด์เบิร์กนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศมหาวิทยาลัยแห่งรัฐควีนส์แลนด์ในออสเตรเลียให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นไว้ว่าอุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูงทำลายสถิติน้ำทะเลร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนมันเหมือนเป็นการล้างบางปะการังโทษประหารชีวิต คือคำที่ศาสตราจารย์กุลด์เบิร์ก เรียก ปะการังฟอกขาวใหญ่ครั้งนี้ และไม่ได้ทำให้ปะการังตายเท่านั้น แต่ระบบนิเวศน์ทางทะเลที่เสี่ยงล่มสลาย จะเป็นอันตรายต่อสปีชีส์สิ่งมีชีวิตราว 1 ใน 4 ของโลก ที่ต้องพึ่งพาแนวปะการังเพื่อการอยู่รอด รวมถึงประชากรโลกกว่าพันล้านคน ที่ต้องอาศัยการประมงปลาจากแนวปะการังเหล่านี้ เพื่อเป็นอาหารและหาเลี้ยงชีพแนวปะการัง ยังปกป้องแนวชายฝั่ง ลดผลกระทบจากอุทกภัย พายุ และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลด้วย แต่มหันตภัยเหล่านี้ กลับเป็นสิ่งที่ศาสตราจารย์กุลด์เบิร์ก ชี้ว่า มนุษย์ยังไม่เข้าใจและไม่ตระหนักถึงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเฉพาะเกรตแบร์ริเออร์รีฟในออสเตรเลียเท่านั้นแต่ขยายตัวไปถึงแนวปะการังสำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลกอีกหลายแห่งรวมถึงแนวปะการังในทะเลแดงอินโดนีเซียหมู่เกาะเซเชลส์รวมถึงในประเทศไทยด้วยปะการังไทยเสี่ยงตายผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตราทงทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ปะการังในทะเลไทยกำลังฟอกขาวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากที่แสดงอาการผิดปกติเมื่อน้ำอุณหภูมิสูงเกิน 30.5-31 องศาเซลเซียสปะการังฟอกขาว มี 4 ระดับด้วยกัน เริ่มจากสีซีดจาง สีเริ่มเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ แล้วก็กลายเป็นสีขาว ก่อนจะเข้าสู่ระดับที่สี่ คือ ปะการังตายลงแนวปะการังไทยที่เกิดภาวะฟอกขาว คือ แนวปะการังจังหวัดตราด 8 แห่ง โดยเฉพาะพื้นที่รอบเกาะหมาก เกาะกระดาด และเกาะขาม ที่มีความเสี่ยงมาก ปะการังบางส่วนกลายเป็นสีขาว ผลจากปัจจัยอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงสุดถึง 34-35 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าร้อนที่สุดนับแต่บันทึกมาทะเลไทยเห็นภาพชัดเจนว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงผศ.ดร.ธรณ์บอกทีเอ็นเอ็นระดับหายนะมี3มหาสมุทรคือแปซิฟิกแอตแลนติกอินเดียครบ3มหาสมุทรและประเทศหลายสิบประเทศกว่า50ประเทศเป็นหายนะตอนเขานับ50ประเทศยังไม่รวมประเทศไทยด้วยซ้ำผมคิดว่า60-70ประเทศด้วยซ้ำและได้ประกาศหายนะแล้วปะการังเกิน50%ของทั้งโลกที่ฟอกขาวแล้วไม่เหลือปะการังเลยเกาะสุรินทร์ที่เคยฟอกขาวปี2553ใช้เวลา14ปีกลับมาปี2567กลับมาเกือบเท่าเดิมถ้ามันเกิดฟอกขาวใหม่ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว15ปีฟอกขาวฟื้นตัว15ปีกลับไปฟอกขาวใหม่แล้วเวลาไหนที่จะกลับไปเหมือนเดิมเพราะปัญหาเหล่านี้มันเกิดเป็นวงกลมและมันถี่ขึ้นเรื่อยๆครั้งต่อไปสุรินทร์อาจไม่รอ15ปีฟอกขาวอาจเหลือ7ปีเขาเสริมนักวิทยาศาสตร์ทำนายว่า หากอุณหภูมิโลกและอุณหภูมิน้ำทะเลยังเพิ่มขึ้นเช่นนี้ต่อไป โลกจะร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ภายในปี 2593 และเมื่อถึงวันนั้น แนวปะการัง 99% ของโลกจะล้มตาย นั่นจะเป็นการล้างบางระบบนิเวศอย่างแท้จริง

ล่าเส้นที่สอง! "แสตมป์" เตรียมชิงแชมป์มวยไทยดวล "ท็อดด์" ศึก ONE: CALL TO GREATNESS
อ่าน

ล่าเส้นที่สอง! "แสตมป์" เตรียมชิงแชมป์มวยไทยดวล "ท็อดด์" ศึก ONE: CALL TO GREATNESS

ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ประกาศคู่เอกศึก ONE: CALL TO GREATNESS ที่จะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ณ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม โดยจะเป็นการชิงแชมป์ ONE Super Series มวยไทย รุ่นอะตอมเวทหญิงที่ว่างอยู่ ระหว่าง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ กำปั้นสาวชาวไทย พบกับ เจเน็ต ท็อดด์ คู่ต่อกรจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกนี้ของแสตมป์จะถือเป็นการล่าเข็มขัดแชมป์โลกเส้นที่สองให้ตัวเองด้วย เนื่องจากปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของแชมป์ ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวท อยู่ด้วยนั่นเอง สำหรับแสตมป์ เธอเริ่มต้นกับ ONE Championship ในฐานะผู้เข้าร่วมรายการ Rich Franklin’s ONE Warrior Series ซึ่งเธอขึ้นสังเวียนศิลปะป้องกันตัวครั้งแรกด้วยการชนะน็อกคู่แข่งโดยใช้เวลาเพียง 19 วินาทีเท่านั้น ก่อนจะถูกดึงตัวเข้าสู่รายการใหญ่อันทรงเกียรติอย่าง ONE Super Series ทันที โดยเธอเปิดตัวในศึก ONE: KINGDOM OF HEROES เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ด้วยการเอาชนะสาวไต้หวัน ไค่ ถิง ฉวง กระชากเข็มขัดแชมป์ ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวทหญิงมาครองได้สำเร็จ และตอนนี้แสตมป์ก็พร้อมแล้วสำหรับการขึ้นสังเวียนชิงแชมป์มวยไทยกับสาวแดนมะกัน ด้านท็อดด์ สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน เธอเริ่มหลงใหลในศาสตร์มวยไทยขณะกำลังศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมการบิน ในช่วงเริ่มต้นเธอซ้อมเพื่อหวังฝึกวินัยและฟิตเนสเพื่อตัวเอง แต่หลังจากนั้นเธอก็พบว่าตนมีพรสวรรค์ด้านนี้ ทำให้เธอตัดสินใจเข้าสู่การฝึกมวยไทยอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จในระดับสมัครเล่น เธอก็ได้โอกาสเข้าร่วม ONE Super Series ก่อนพุ่งพรวดขึ้นมาชิงแชมป์กับแสตมป์ทันที อีกหนึ่งการแข่งขันที่น่าสนใจในรายการนี้ คือทัวร์นาเมนต์ ONE Lightweight World Grand Prix รอบ 8 คนสุดท้าย โดย อาเมียร์ ข่าน จากสิงคโปร์ จะพบกับ อาเรียล เซ็กซ์ตัน จากคอสตาริกา และ เอฟ ทิง จากมาเลเซีย ดวลกับ ซายกิด กูเซย์น อาร์สลานาลิเยฟ จากรัสเซีย โดยผู้ชนะจะได้ตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป สำหรับทัวร์นาเมนต์ ONE Lightweight World Grand Prix จะเป็นการนำเอาแปดนักกีฬาระดับแนวหน้าของรุ่นไลต์เวทใน ONE Championship มาประชันกันเพื่อหาหนึ่งเดียวที่จะได้โอกาสท้าชิงเข็มขัดแชมป์รุ่นนี้ต่อไปในอนาคต ด้านข่าน เพิ่งจะได้รับโอกาสชิงแชมป์กับเจ้าของเข็มขัดคนปัจจุบันอย่าง เอดูอาร์ด โฟลายัง ของฟิลิปปินส์ แต่สุดท้ายก็พลาดท่าพ่ายคะแนนไป โดยข่านถือเป็นนักกีฬาที่มีพลังหมัดอันตราย และเคยทำสถิติชนะรวดแปดไฟต์ติดต่อกันมาแล้ว ส่วนเซ็กซ์ตัน ดีกรีบราซิเลียน ยูยิตสู สายดำ ภายใต้การดูแลของตำนานอย่าง เรนโซ่ เกรซี่ การพบกันระหว่างเขาและข่านครั้งนี้ จะถือว่าเป็นการบู๊กันของสองคนสองสไตล์ คนนึงโจมตีหนักหน่วง ส่วนอีกคนก็มีทักษะท่านอนที่ยอดเยี่ยม สำหรับเอฟ ทิง ผู้เก็บชัยได้สามไฟต์จากสี่ไฟต์หลัง เขาเคยได้โอกาสท้าชิงแชมป์กับโฟลายังมาแล้วเมื่อปี 2017 ก่อนจะแพ้ไป เจ้าของฉายา E.T. ถือเป็นขาประจำสำหรับไฟต์ใหญ่ๆของพิกัดนี้ และมีประสบการณ์เหลือล้นในการดวลกับ อาร์สลานาลิเยฟ ด้านอาร์สลานาลิเยฟ ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดคนนึงของวงการศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน เขามีอาวุธหนักหน่วงและทักษะรอบด้านครบเครื่องโดยพิสูจน์ให้เห็นนับตั้งแต่เข้าร่วมกับ ONE Championship ตั้งแต่ปี 2016 ชัยชนะหกไฟต์ในอาชีพของเขา ล้วนจบลงแบบไม่ครบยก เป็นการชนะน็อกสี่ไฟต์ และชนะซับมิสชั่นอีกสองไฟต์ การแข่งขันคู่อื่นๆที่น่าสนใจในวันเดียวกัน นีกี้ โฮลซ์เกน ซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งชาวดัตช์ จะขึ้นสังเวียนครั้งที่สองของตัวเองใน ONE Super Series หลังเปิดตัวได้อย่างยอด เยี่ยมเมื่อเดือนพฤศจิกายนในศึก ONE: WARRIOR’S DREAM โดยครั้งนี้เขาจะได้บู๊กับ มุสตาฟา ไฮด้า จากอิตาลี สำหรับโฮลซ์เกน ถือเป็นหนึ่งในคิกบ็อกเซอร์ที่โด่งดังที่สุดของวงการ มีประสบการณ์มากมายทั้งในการแข่งคิกบ็อกซิ่ง, มวยสากล และมวยไทย โดยเขาคือแชมป์โลกสองสมัย และมีพลังหมัดรุนแรงจนสามารถชนะน็อกคู่แข่งมาแล้วมากกว่า 50 ไฟต์บนเส้นทางอาชีพ ด้านไฮด้า อดีตแชมป์คิกบ็อกซิ่งรายการ ISKA เขาเปิดตัวใน ONE Super Series เมื่อเดือนกันยายน 2018 ก่อนเอาชนะน็อก ดาเนี่ยล ดอว์สัน ได้สำเร็จจากหมัดซ้ายอันทรง พลังนั่นเอง โดยทั้งโฮลซ์เกนและไฮด้า ต่างประเดิมไฟต์แรกของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับการชูมือบนสังเวียน ONE Championship ที่สิงคโปร์ อีกคู่ในพิกัดไลต์เวท ราหุล ราจู นักกีฬาอินเดียที่ฝึกซ้อมอยู่ในสิงคโปร์ กำลังมองหาชัยชนะนัดแรกของตัวเองบนสังเวียนระดับโลกแห่งนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาต้องคว่ำ อาห์เม็ด มุจตาบา จากปากีสถาน ลงให้ได้เสียก่อน ราจูคืออดีตแชมป์รายการ Ultimate Satira เขาเริ่มฝึกกังฟูตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนย้ายไปสิงคโปร์เพื่อเข้าสู่เส้นทางอาชีพศิลปะป้องกันตัว เขาเข้าร่วมแข่งขันรายการ Juggernaut Fight Club ในปี 2013 หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เข้าร่วมรายการ ONE Championship ในพิกัดรุ่นไลต์เวท ด้านมุจตาบา เป็นหนึ่งในนักศิลปะป้องกันตัวที่ฉายแววที่สุดของปากีสถาน เขามีเป้าหมายคือต้องการสร้างชื่อเสียงด้านกีฬาในระดับนานาชาติให้แผ่นดินเกิด รวมถึงส่งเสริมคุณค่าแห่งความเคารพ, เกียรติยศ และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันทุกครั้งที่ก้าวขึ้นไปบนสังเวียนผ้าใบ อีกคู่ที่น่าสนใจ โรมัน อัลบาเรซ จากกวม อดีตแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวตรายการ Trench Warz จะพบกับ อายิเดง จูมายี่ จากจีน ในพิกัดแบนตัมเวท สามารถอัพเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ONE Championship ได้ที่ www.onefc.com รวมทั้งทางทวิตเตอร์กับอินสตาแกรม @ONEChampionship และ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship ทั้งนี้ ท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019 อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19 ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย ดูบอลสด ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่ ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก! ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก! ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

รีวิวหนังสือ : The Great Wave
อ่าน

รีวิวหนังสือ : The Great Wave

รีวิวหนังสือ  The Great Wave ผู้เขียน: Michiko Kakutani ประเภท: Non-fiction / สังคม-การเมือง / วิเคราะห์วัฒนธรรม ตีพิมพ์: 2024 ในยุคที่โลกเหมือนกำลังเผชิญ “พายุหลายลูกซ้อนกัน” เรามีทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่, การพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วเกินกว่ามนุษย์จะปรับตัวทัน, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ความขัดแย้งระดับโลก, และการแตกแยกทางความคิดที่รุนแรงขึ้น หนังสือ The Great Wave ของ Michiko Kakutani ใช้คำว่า “คลื่นยักษ์” (Great Wave) เพื่ออธิบายยุคสมัยนี้ ว่าเป็นเหมือนคลื่นสึนามิที่ซัดเข้ามาพร้อมกันหลายระลอก Kakutani ซึ่งเป็นอดีตนักวิจารณ์วรรณกรรมของ The New York Times และเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ มีความสามารถพิเศษในการดึงข้อมูลจากประวัติศาสตร์, วรรณกรรม, ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ มาสร้างภาพรวมของโลกปัจจุบันที่ทั้งน่ากลัวและเต็มไปด้วยโอกาส หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่า “โลกกำลังแย่” แต่เป็นการชวนผู้อ่านเข้าใจว่าทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้น และเราสามารถเรียนรู้อะไรจากอดีตเพื่อนำมารับมือกับอนาคต   โครงสร้างและเนื้อหา The Great Wave แบ่งออกเป็นหลายบท แต่ละบทโฟกัสไปที่ด้านหนึ่งของ “การสั่นสะเทือน” ที่โลกกำลังเผชิญ พร้อมตัวอย่างจริงที่ชัดเจน ยุคแห่ง Permacrisis คำว่า Permacrisis หมายถึงภาวะที่เรารู้สึกเหมือนโลกอยู่ในวิกฤติถาวร ไม่ใช่แค่วิกฤติหนึ่งจบแล้วอีกวิกฤติค่อยมา แต่ทุกอย่างเกิดพร้อมกัน: วิกฤติเศรษฐกิจหลังปี 2008   ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายประเทศ   การแพร่ระบาดของ COVID-19   สงครามรัสเซีย-ยูเครน   ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ   Kakutani เปรียบว่ามันเหมือนคลื่นยักษ์ที่พัดซัดเราตลอดเวลา จนผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้าและเริ่มหมดความเชื่อมั่นต่อระบบเก่า ๆ Outsiders ขึ้นมาเป็นผู้นำ หนึ่งในธีมหลักของหนังสือคือการผงาดขึ้นมาของ “Outsiders” หรือบุคคลนอกกระแสที่กลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลในสังคม ในการเมือง: Donald Trump, Volodymyr Zelensky   ในธุรกิจ: Elon Musk, ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่ disrupt อุตสาหกรรมเก่า   ในวัฒนธรรม: ศิลปินและผู้สร้างคอนเทนต์ที่ใช้โซเชียลมีเดียแทนสื่อกระแสหลัก   Kakutani วิเคราะห์ว่าความไม่พอใจต่อชนชั้นนำ (establishment) ทำให้สังคมหันไปหาเสียงใหม่ ๆ ที่มักท้าทายกติกาเดิม   บทเรียนจากอดีต ผู้เขียนพาผู้อ่านย้อนดูประวัติศาสตร์ช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เช่น การสิ้นสุดยุคกลางและการเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา   ยุค Gilded Age ของอเมริกา ที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ก่อนจะเกิดการปฏิรูป   ช่วงหลังสงครามโลก ที่โลกสร้างองค์กรระหว่างประเทศและระบบใหม่เพื่อป้องกันสงครามอีก   Kakutani บอกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์มักเป็นทั้งช่วงแห่งความวุ่นวายและโอกาสฟื้นฟู   เทคโนโลยี: ดาบสองคม หนังสือเจาะลึกผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านบวก: ทำให้การสื่อสารและการสร้างนวัตกรรมเกิดขึ้นเร็วและกว้างไกล   ด้านลบ: ทำให้เกิด misinformation, deepfake, และการแบ่งแยกทางความคิดจาก echo chamber และ filter bubble   Kakutani เน้นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง แต่เป็นวิธีที่มนุษย์ใช้และควบคุมมันต่างหาก   การรับมือกับคลื่นยักษ์ ผู้เขียนเสนอแนวทาง เช่น เปิดพื้นที่ให้ Outsiders ที่สร้างสรรค์ได้มีบทบาท   ใช้บทเรียนจากอดีตเพื่อสร้างระบบใหม่ที่ยืดหยุ่น   เน้นความร่วมมือระดับโลก เพราะปัญหาหลายอย่างข้ามพรมแดน เช่น โรคระบาดและโลกร้อน   ฝึกทักษะคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) เพื่อแยกข้อมูลจริง-เท็จ   การวิเคราะห์ธีม ความไม่แน่นอนคือความปกติใหม่ โลกจะไม่มีวันกลับไป “เสถียร” แบบที่เคยเป็น ความสามารถในการปรับตัวและการยืดหยุ่นจึงสำคัญที่สุด   ความไม่พอใจต่อระบบเดิม ผู้คนเบื่อหน่ายสถาบันเก่า ๆ เพราะมองว่ามันล้มเหลวในการแก้ปัญหา Outsiders จึงได้รับความสนใจมากขึ้น   เทคโนโลยีกับพลังของประชาชน เทคโนโลยีทำให้เสียงของบุคคลธรรมดามีอำนาจมากขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้ข้อมูลเท็จและการบิดเบือนขยายตัวอย่างรวดเร็ว   การเรียนรู้จากอดีต แม้สถานการณ์จะต่างจากในอดีต แต่รูปแบบของความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงมักมีจุดร่วมที่เราสามารถเรียนรู้ได้   จุดเด่นของหนังสือ การเขียนที่คมชัด: Kakutani ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายแต่คมคาย เหมาะทั้งนักอ่านทั่วไปและผู้สนใจการเมือง-สังคม   การเชื่อมโยงหลากหลายแหล่งข้อมูล: ดึงทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม และเหตุการณ์ปัจจุบันมาเชื่อมกันอย่างมีเหตุผล   ภาพเปรียบเทียบที่ทรงพลัง: การใช้ภาพ “คลื่นยักษ์” ของ Hokusai เป็นสัญลักษณ์ ทำให้ผู้อ่านจดจำและเข้าใจประเด็นหลักได้ง่าย   หนังสือเล่มนี้เหมือนเป็น “แผนที่” สำหรับเดินทางในยุคที่ทุกอย่างผันผวน แม้จะไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าคลื่นลูกต่อไปจะซัดอะไรมา แต่เรามีวิธีเตรียมตัวและไม่ตื่นตระหนกเกินไป สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการที่หนังสือทำให้เรามอง Outsiders ไม่ใช่แค่คนหัวขบถ แต่เป็นแหล่งไอเดียใหม่ที่อาจเป็นทางรอดของสังคม และย้ำให้เห็นว่าโลกที่เปลี่ยนเร็วต้องการความร่วมมือมากกว่าการแบ่งฝักฝ่าย ถ้าคุณสนใจทำความเข้าใจโลกยุคปัจจุบันและต้องการมุมมองที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนกล้องส่องทางไกล ที่ช่วยให้เรามองเห็น “คลื่นยักษ์” ชัดขึ้น พร้อมเตือนว่า ถึงคลื่นจะใหญ่แค่ไหน เราก็ยังมีวิธีโต้กลับและใช้พลังของมันไปข้างหน้า สามารถหายืมหนังสืออ่านได้ที่ หอสมุดกรุงเทพมหานคร เครดิตภาพถ่าย : ถ่ายเองจากมือถือทุกภาพค่ะ ขอให้ทุกคนมีวันที่ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ :)) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

[รีวิวเกม]DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great kingdom โนบิตะกับโดราเอมอนชวนทำฟาร์มภาค 2
อ่าน

[รีวิวเกม]DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great kingdom โนบิตะกับโดราเอมอนชวนทำฟาร์มภาค 2

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการวางจำหน่าย เกม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great kingdom จากค่าย Bandai Namco ทำให้สาวกเกมทำฟาร์มต่างลุ้นกันว่าเกมภาคนี้จะมีความแตกต่างจากภาคก่อนหรือไม่ การรีวิวครั้งนี้จะเป็นความรู้สึกจริงหลังจากที่ผู้ขียนได้ทำการเล่นจนจบเกม และจะเขียนถึงความประทับใจต่าง ๆ ข้อเด่น ข้อด้อย ที่ได้หลังจากการเล่นในครั้งนี้ จุดเริ่มต้นของเกมภาคนี้หลายคนที่ยังไม่กล้าเล่นเนื่องจากคิดไม่ออกว่า ตัวเกมจะทำภาคต่อออกมายังไง ครั้งแรกที่ผู้เขียนได้เล่นจากการเขียนบทความ Hand On ที่ทาง Bandai Namco มาจัดบูธภายในงาน TGS2022 ไปนั้น ก็ยังมีความลุ้นอยู่เช่นกันว่าเนื้อเรื่องจะเป็นเช่นไรกันแน่ เพราะเราได้เล่นแค่ Gameplays เท่านั้น และแล้วก็ถึงวันวางจำหน่าย ต้องขอบคุณ Bandai Namco เป็นอย่างสูงที่ส่งเกมดีมีคุณภาพมาเราได้รีวิวนะคะ ยาวไปเลือกอ่านจุดเริ่มต้นเพลงผ่อนคลายมากเกินไประบบการช่วยเหลือทำฟาร์มหลายที่ ขุดแร่สบาย ๆการตกแต่งฟาร์มแต่งบ้านการผูกมิตรเพื่อนร่วมเกมภาพวาดในความฝัน จุดเริ่มต้น เนื้อเรื่องในภาคนี้ไม่ได้ต่อจากภาคที่แล้วแต่อย่างใด ทางผู้พัฒนาอย่าง Marvelous ตั้งใจให้เหมือนกับว่าเราได้ดูโดราเอมอนตอนใหม่ ที่เราสามารถกำหนดเวลาชีวิตของเหล่าผองเพื่อนด้วยตัวเองได้นั่นเองค่ะ แน่นอนว่าตัวหลักก็ยังเป็นโนบิตะ แต่ภาคนี้ตัวเกมออกแบบมาให้เล่นได้ 2 คนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จะเรียกว่าเล่นได้ทุกตัวก็ว่าได้นะคะ เพียงแค่เราต้องจับคู่กับโนบิตะตลอด เนื้อเรื่องภาคนี้คือเราหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับพ่อแม่มาอีกจักรวาลหนึ่งค่ะ(ทะเลาะกันทั้งกลุ่มตามสไตล์โดราเอมอน) และมีเหตุที่ทำให้เรากลับบ้านไม่ได้ ทำให้เราต้องใช้เวลาในการอยู่บนดาวดวงนี้นานขึ้น รอเวลาและคอยอยู่ช่วยแก้ปัญหา เสริมค่าความสัมพันธ์กับชาวเมือง ในส่วนเควสเนื้อเรื่องของชาวเมืองไม่น่าเบื่อ ตัวละครในเกมมีหลายคนและน่าสนใจน่าติดตาม มียันเนื้อเรื่องของเหล่าสัตว์เลี้ยงของเราอีกด้วย ขอย้ำก่อนว่าภาคนี้ยังไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น และคิดว่า DORAEMON STORY OF SEASONS ในอนาคตก็ยังคงไม่มีเช่นกันค่ะ ถ้าจะให้มีมันก็จะแปลก ๆ 😁 เพลงผ่อนคลายมากเกินไป หากให้หาข้อสังเกตในเนื้อเรื่อง ต้องบอกว่าภาคนี้ เราสามารถเล่นเนื้อเรื่องจบได้ไว การเก็บค่าความสัมพันธ์ทำได้ง่ายไม่ยืดเยื้อ เป็นเนื้อเรื่องแบบมิตรภาพเด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นผ่อนคลาย แต่ติดตรงที่ว่า เมื่อเล่นไปสักพักรู้สึกอยากหลับ ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่องแต่เป็นเพราะเพลงที่ชวนให้ง่วง ง่วงมาก ไม่ว่าจะเปลี่ยนฤดูไปกี่ฤดูเพลงก็ยังเนิบ ๆ มันไม่ตื่นเต้น ฟังเพลิน แต่ฟังแล้วชวนหลับอย่างแรง หากใครเป็นโรคนอนไม่หลับถ้าเอาเกมนี้ขึ้นมาเล่น เชื่อว่าสามารถช่วยในเราหลับได้อย่างแน่นอน เพลงในเกมผ่อนคลายเกินไป จะเรียกว่าเป็นข้อดีก็ได้ข้อเสียก็ได้ค่ะ แต่พอถึงฉากคัดซีนเนื้อเรื่องก็ช่วยทำให้เราตื่นขึ้นมาได้ เพราะอยากรู้ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นจะปลดล็อกอะไรให้เราได้เล่นอีก เรียกว่าคัดซีนเนื้อเรื่องปลุกชีวิต ปลุกความดุดันที่จะเล่นต่อในตัวคุณจริง ๆ ค่ะ😁 ระบบการช่วยเหลือ ในส่วนนี้เมื่อเล่นไปแล้ว มีความรู้สึกแตกต่างจากภาคที่แล้วเล็กน้อย คือตัวเกมปรับให้ภาคนี้เล่นได้ง่ายกว่าเดิม ระบบความสัมพันธ์ของตัวละครเก็บแต้มได้ง่ายกว่ามาก การนอนกลางวันที่เราสามารถเลือกนอนได้เอง และไฮไลต์อันแท้จริงของภาคนี้คือ ระบบการช่วยเหลือ การ Co-Op ระหว่างผู้เล่น เราสามารถเลือกเพื่อนคนใดคนหนึ่งก็ได้มาเป็นเพื่อนเรา และคอยช่วยเหลือเราได้ทั้งวันจนกว่าเราจะพอใจ ไม่ว่าเราจะทำฟาร์ม ขุดแร่ ตัดต้นไม้ NPC ก็จะช่วยเราทำได้หมด เราสามารถให้ผู้เล่นอีกคนใช้จอยอีกตัว เลือกสวมบทเป็นตัวละครใดก็ได้แล้วมาช่วยเราเล่นได้เช่นกัน กระเป๋าไม่แชร์อีกด้วย มีเพียงแค่เวลาเราจะไปไหนต้องไปพร้อมกันเพราะฉากไม่ดึงให้เท่านั้นเองค่ะ หากถามว่าเราสามารถเลือกเล่น NPC นี้ได้ทุกตัวเหมือนกับ Rane Factory ไหม? ขอตอบว่าเล่นไม่ได้ค่ะ ได้เฉพาะ ตัวหลักและตัวรองภายในเรื่องเท่านั้น ทำฟาร์มหลายที่ ขุดแร่สบาย ๆ เกมเพลย์ในภาคนี้ยังคงเหมือนกับภาคที่แล้ว แต่ที่เพิ่มเติมคือเราสามารถปลูกผักบนฟ้า เลี้ยงหอยไข่มุก เก็บของบนฟ้าเก็บของหายากใต้ทะเลลึกได้ และการที่เราจะทำฟาร์มบนฟ้าได้เราก็ต้องใช้เมล็ดพันธุ์พิเศษที่ต้องสั่งทำเท่านั้น การจะทำไข่มุกก็ไม่ธรรมดาค่ะ เราต้องหาอาหารและวัสดุที่จะใช้ทำให้คุณภาพดี เพื่อไข่มุกที่เราต้องการออกมาได้ราคาอีกด้วย การขุดแร่ชอบภาคนี้มาก ๆ เนื่องจากมีคนช่วยเราขุดและยังนอนกลางวันได้เรื่อย ๆ แต่ชั้นขุดก็ไม่เยอะ และแคบ ไม่เหมือนเกมทำฟาร์มอื่น ๆ ตัวเกม DORAEMON STORY OF SEASONS ออกแบบการขุดแร่ให้เราใช้แรงไปกับมันเยอะมากกว่าการมีหลายชั้น อีกทั้งแร่ทองหรืออัญมณีก็ใช้ว่าจะหาง่าย ถึงแม้ว่าจะมีน้อยชั้น หลับพักได้ตลอดแวะไปกินข้าวได้ มีเพื่อนช่วยขุด แต่การขุดเก็บสะสมแร่ที่มีค่า จะเอาไปอัปเกรดบ้านหรือข้าวของเครื่องใช้ก็ยังหายากอยู่ดี ตื่นนอนเช้าวันใหม่หลุมที่เคยขุดก็หายต้องเริ่มใหม่ เป็นแบบฉบับเกมทำฟาร์มสมัยก่อน โดยส่วนตัวชอบที่ตัวเกมซ่อนความเซอร์ไพส์ทุก ๆ ครั้งที่เราขุดไปถึงชั้นสุดท้าย เกมทำฟาร์มอื่นก็มีแต่อันนั้นถึงแล้วได้แล้วจบเลย แต่เกมนี้มีทุกครั้งที่เราลงไปถึงนั้นเองค่ะ การขุดแร่ก็ไม่น่ากลัวขนาดนั้นค่ะ ไม่ได้มีมอนเตอร์ไล่ฆ่าเรา เรามีทั้งของวิเศษอีกทั้งมีเครื่องรางไว้ชัพพอร์ตเราอีกเพียบเลย แต่ก็ต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครนั้น ๆ ก่อนนะคะ รวมถึงการปลดล็อกฟาร์มก้อนเมฆ การทำหอยไข่มุกใต้ทะเล ก็ต้องใช้ความสัมพันธ์ในการปลดล็อกตัวละครเช่นเดียวกันค่ะ การทำฟาร์มภาคนี้ไม่ได้แปลกจากภาคก่อนเราปลูกผัก ดอกไม้ เก็บผลผลิตส่งขายปกติ หากเราไปดูร้านค้าบางวันทางร้านก็มีการลดราคาสินค้าไว้ให้เราซื้อเก็บตุนไว้ใช้ในปีถัดไปได้อีกด้วย แต่ตัวเกมก็มีเครื่องผลิตเมล็ดให้เราสร้างนะคะ สัตว์เลี้ยงก็มีตัวอัปปาที่เป็นสัตว์ขี้เล่น ถ้าไม่พาออกไปข้างนอกป่วยไวมากตัวอื่นไม่มีปัญหาตัวนี้ไม่ได้ออกไปข้างนอกจะป่วยก่อนเพื่อนเลยค่ะ โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบการหาของป่ามากกว่าการทำฟาร์ม เพราะมีที่ให้วิ่งกว้าง ได้สำรวจต้นไม้ป่า ต้องนำน้ำผึ้งไปป้ายเพื่อให้จับแมลงได้ง่ายขึ้น จับปลามาเลี้ยง โดยให้อาหารแบบมินิมอล(ให้บ้างไม่ใหบ้าง) งานเทศกาลของทุกฤดูก็มีซ้ำกันบ้าง เทศกาลที่มาจากภาคเก่าก็มี การส่องกล้องดูดวงดาว เป็นมินิเกมเล็ก ๆ ให้กับผู้เล่น ปลดล็อกเก็บสะสมสติ๊กเกอร์ เป็นการออกแบบ ที่ทำให้กระตุ้นการอยากรู้อยากเล่นของผู้เล่นได้ดีมากค่ะ การตกแต่งฟาร์มแต่งบ้าน เกมนี้ตกแต่งฟาร์มแต่งบ้านได้ค่อนข้างพอดีพอเหมาะอย่างมากค่ะ มีวัสดุรูปแบบฟาร์มสวย ๆ ให้เราเยอะมาก ใครสายแต่งฟาร์มต้องชอบแน่นอน ความเยอะของการแต่งฟาร์มไม่ได้เยอะแบบ Story of season 5 ที่ฝนตกเปียกฟาร์มก็ต้องมีที่ตักน้ำเสียมีเครื่องดูดน้ำเน่า ไม่ได้ถึงขั้นนั้น เกม DORAEMON STORY OF SEASONS ทำออกมาได้พอดิบพอดี ที่ชอบและไม่เหมือนเกมอื่นคือ เราย้ายได้แม้กระทั่งต้นไม้ ผลผลิตที่เรากำลังปลูก ผู้เขียนชอบตรงนี้มาก ๆ อันนี้ยังคงความไม่เหมือนเกมใด เพราะมีของวิเศษของโดราเอมอนที่ทำได้ทุกอย่าง แต่เวลาเกิดเรื่องดันกลับบ้านไม่เคยได้เท่านั้นเองค่ะ การผูกมิตรเพื่อนร่วมเกม ภาคนี้นอกจากเล่นกับผู้เล่นคนอื่นที่บ้านได้แล้ว เรายังส่งของขวัญผ่านจดหมายขวด ส่งข้อความทักทาย สูตรอาหาร ไปเยี่ยมชมฟาร์มคนอื่นได้อีกด้วยค่ะ แต่จะเข้าไปวิ่งเล่นบนเกาะเขาแบบ Animal crossing ไม่ได้นะคะ เกมนี้ทำเป็นพอหอมปากหอมคอมีความเฟรนลี่หากันน่ารัก ๆ เท่านั้นค่ะ จะไปแอบขโมยของในฟาร์มคนอื่นแบบใน Animal crossing ไม่ได้ ได้แค่ดูเท่านั้นค่ะ อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าการเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนชาวเมืองทำได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่เราหมั่นไปพูดคุยกับชาวเมืองทุกวันค่าความสัมพันธ์ก็ขึ้นให้ มอบของให้เรื่อย ๆ ชวนคุยเราก็จะทราบได้ทันทีว่า ตัวละครแต่ละตัวชอบอะไร การทำความตามกระดานข่าวก็สามารถได้ค่าความสนิทสนมได้ง่ายมาก การจะไปทำเควสตัวละครต่าง ๆ ก็มีบอกสถานที่เวลาไว้ให้เรียบร้อย เล่นง่ายไม่ยืดเยื้อ ติดตรงเพลงภายในเกมนั้นกล่อมเรามากเกินไป หรือมันคือทริคที่ทำให้ผู้เล่นเล่นเกมนี้นานขึ้นหรือไม่อย่างไรกันแน่🤔 ภาพวาดในความฝัน ตัวผู้เขียนเล่นเกมนี้ผ่าน PS5 กราฟิกทำออกมาเป็นเหมือนกับภาคที่แล้ว เป็นแนวภาพวาดในความฝัน แต่ปรับปรุงคือการไหลลื่นของภาพที่สวยงามขึ้น แสงเงามาเต็ม สีชัดสดใสขึ้นจากภาคก่อนมาก การออกแบบฉากทำให้เราเล่นได้อย่างเพลิดเพลินปลุกความเป็นสาวกโดราเอม่อนขึ้นมาทันที การโหลดฉากที่ไม่ต้องรอนาน เดินเข้าฉากปุ๊บตัดเข้าทันที ระหว่างเล่นไม่มีกระตุก ทางผู้พัฒนาออกแบบกราฟิกเพื่อรองรับการเล่นแบบคอสแพลตฟอร์มได้ดีอย่างมากเลยค่ะ เหมาะสมกับราคา สำหรับเกมนี้ทางผู้เขียนต้องบอกอีกครั้งว่า เนื้อเรื่องภาคนี้ออกเเบบมาให้เล่นได้ทุกเพศทุกวัยจริง ๆ เมื่อเล่นจนจบเราจะรับรู้ได้ทันทีว่าเนื้อเรื่องต้องการจะบอกอะไร ต้องการสอนอะไรให้กับผู้เล่นค่ะ สิ่งที่ภาคนี้ต้องการจะสื่อคือ “บางครั้งเราไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว แม้เวลาที่เราพยามทำด้วยตัวเอง ก็ยังมีคนที่คอยเป็นห่วงและให้กำลังใจเราอยู่เสมอนั้นเองค่ะ” เป็นปรัชญาเตือนสติผู้เล่นได้ดีมาก ๆ เลย(ใครบอกเล่นเกมแล้วไม่ได้สาระ) สำหรับเกม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friends of the Great kingdom จากค่าย Bandai Namco พัฒนาโดย Marvelous ได้ว่างจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถไปกดหาซื้อกันได้เลยนะคะ เกมจำลองทำฟาร์มคุณภาพดีที่ต้องหาซื้อเก็บไว้เล่นยามว่าง เลือกเล่นได้หลายแพลตฟอร์มได้แก่ Nintendo Switch/ PlayStation 5/ Steam ที่สำคัญเกมนี้ทั้งเกมเป็นภาษาไทย เย้~😁 อ่านง่ายเข้าใจ ทำให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องเพิ่มเป็น 100 เท่าเลยค่ะ ต้องมีไว้ให้ได้ค่ะสำหรับเกมภาคนี้ อีกทั้งผู้เขียนกราบขอบคุณทาง Bandai Namco Entertainment Asia แบบ 360 องศา ที่สนับสนุนการรีวิวในครั้งนี้ด้วยนะคะ เกมเขาดีจริง ๆ

รีวิวแกะกล่อง Oz The Great and Powerful ออซ มหัศจรรย์พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ ในรูปแบบ Blu-ray disc
อ่าน

รีวิวแกะกล่อง Oz The Great and Powerful ออซ มหัศจรรย์พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ ในรูปแบบ Blu-ray disc

ออซ พ่อมดมหัศจรรย์ วรรณกรรมสุด Classic จากปลายปากกาของ L.Frank Baum ถูกปัดฝุ่นมาทำให้ร่วมสมัยผ่าน Visual effects สุดอลังการภายใต้สตูดิโอจาก Walt Disney พร้อมทำให้เนื้อหาดูตื่นเต้นถือเป็นการเป็นเปลี่ยนเนื้อหาแบบดั้งเดิมไปพอสมควร Sam Raimi ผู้กำกับวิสัยทัศน์ไกล สลัดภาพจำที่มักจะกำกับแต่หนังสยองขวัญยุค 80 รวมทั้ง Spider-man ทั้ง 3 ภาค ครั้งนี้ถือเป็นการทำหนังแฟนตาซีเรื่องแรกของเขาเลยก็ว่าได้ พร้อมกับนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย  เรื่องย่อเรื่องราวของ Oz นักมายากลที่หากินกับการหลอกลวงผู้คนว่าตนเป็นพ่อมดวิเศษ การแสดงของเขามีค่าก็ต่อเมื่อคนเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นมนต์วิเศษ สุดท้ายความแตกทำให้เขาต้องหลบหนีขึ้นบอลลูนบินจากไป แต่พายุร้ายก็พัดพาให้ Oz ได้เข้าไปในแดนพิศวง ที่ที่มนต์วิเศษมีอยู่จริง ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับ Theodora แม่มดชุดแดง ทั้งคู่เหมือนชะตาต้องกันจนทำให้เธอยอมพาไปรู้จักกับพี่สาวนาม Evanora เพราะเข้าใจผิดคิดว่า Oz เป็นพ่อมดตัวจริง Evanora ใส่ร้ายว่าแม่มดขาว Glinda คือแม่มดผู้ชั่วร้ายที่ต้องการให้พ่อมด Oz ไปกำจัด และเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้ตัว Oz ได้รู้ความจริงว่าทั้ง Evanora และ Theodora ต่างหากที่ชั่วร้าย การผจญภัยของ Oz ครั้งนี้ยังมีผู้ติดตามอย่างลิงบินได้นามว่า Finley และเด็กหญิงตุ๊กตาแก้วกระเบื้อง เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดในเมืองมรกตสุดพิศวง และเวทมนตร์อันชั่วร้ายที่แฝงอันตรายอย่างน่ากลัว ขณะที่ทักษะเดียวที่ Oz มี ก็คือการหลอกลวง   นักแสดงนำJames Franco รับบทเป็น OzMichelle Williams รับบทเป็น GlindaRachel Weisz รับบทเป็น EvanoraMila Kunis รับบทเป็น TheodoraZach Braff พากย์เสียงเป็น Frank, FinleyJoey King พากย์เสียงเป็น  China Girl   แกะกล่องรีวิวภายในบรรจุ Blu-ray 3D 1 แผ่น และ Blu-ray 1 แผ่น พร้อมกล่องสวมภายนอกอย่างดี จัดจำหน่ายภายใต้ลิขสิทธิ์โดยบริษัท เอ็ม วี ดี จำกัด (MVD Company Limited) ระบบภาพ1080p High Definition Aspect ratio 2.40:1 Presentation size 16*9 Widescreen ระบบเสียงEnglish 7.1DTS HD MA Near Field Audio MixThai 5.1 Dolby DigitalMandarin 5.1 Dolby DigitalPortuguese 5.1 Dolby Digital คำบรรยายใต้ภาพEnglishThaiChineseKoreanPortugueseBahasaMalay ความยาว 130 นาที   โบนัสพิเศษภายในแผ่น1.เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ก่อนจะมาเป็น Oz จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราจะได้เห็นการเตรียมตัวของทีม Production และเหล่านักแสดง2.James Franco พระเอกของเรื่องจะพาเข้าไปสำรวจภายในกองถ่าย การเตรียมตัวและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เราจะได้การทำงานด้าน CGI และ Visual Effects อีกด้วย3.Danny Elfman ผู้เป็น Composer ในการประกอบดนตรีประกอบภาพยนตร์ เราจะได้เห็นการทำงานในด้านงานดนตรีที่น้อยครั้งเราจะได้เห็น    ความชื่นชอบและประทับใจจากครีเอเตอร์1.การดำเนินเรื่องเพลิดเพลินสนุกแบบน่าติดตาม ไม่เบื่อ แม้กับคนที่ไม่ชอบหนังแฟนตาซีก็เชื่อว่าจะสนุกไปกับตัวหนังได้ หนังใช้ความมีเล่ห์เหลี่ยมของคนเป็นประเด็นหลักในการดำเนินเรื่อง เมืองมรกตอันวิจิตรตระการตากลับแฝงความชั่วร้ายได้อย่างร้ายกาจ นี่คือสิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นโลกแห่งความจริงหรือโลกในจินตนาการก็ล้วนมีจุดร่วมเรื่องนี้เหมือนกัน 2.CGI และ Visual Effect งดงามสวยสดใส สมกับที่ Disney ทุ่มทุนสร้างให้ออกมามีคุณภาพสมชื่อ เอื้อให้ภาพสามมิติทะลุจอดูตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิม แทบจะแย่งซีนความโดดเด่นของนักแสดงนำเลยทีเดียว แต่ความสามารถของพวกเขาก็ไม่ได้ถูกลืมเลือนแต่อย่างใด James Franco ที่รับบท Oz พ่อมดกำมะลอ ก็ถ่ายทอดออกมาได้ราวกับเขาเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ 3.หนังให้แง่คิดเรื่องของความชั่วร้ายบางอย่างก็มีความดีงามซ่อนอยู่เบื้องลึกที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง หมายความว่า คนที่ทำผิด บางครั้งก็ทำไปด้วยเหตุเพราะความจำเป็นหรือมีสถานการณ์บังคับ เมื่อมีเหตุดลใจให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนการกระทำ คนกลุ่มนี้ก็จะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่นได้เหมือนกัน 4.Plot เรื่องไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูเอามันก็ดี หนังเหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีหยอดมุกตลกซึ่งก็ใช้ได้อยู่ ไม่ได้ตลกฝืดแต่อย่างใด เป็นสีสันให้เนื้อเรื่องดูสนุกเพิ่มขึ้นไปอีก 5.จุดอ่อนข้อหนึ่งของ Sam Raimi คือ มักจะชอบให้หนังของเขามี Jump Scare ชวนสะดุ้งตกใจเหมือนหนังผีสยองขวัญมักจะเป็นกัน แต่สำหรับเรื่องนี้...นี่ไม่จำเป็นต้องใช้ Jump Scare ก็ได้ แต่กลับมีฉาก Jump Scare ออกมาถี่เกินความจำเป็น ทำเอาคนไม่ชอบหนังผีต้องมาเจอกับโมเมนต์แบบนี้ ยอมรับว่าสะเทือนขวัญและสะดุ้งไปหลายครั้งเหมือนกัน 6.ระบบภาพและระบบเสียงดีงามตามเนื้อผ้า ถูกใจครีเอเตอร์ไม่น้อย โดยเฉพาะกับภาพสามมิติทะลุจอราวกับดูเหมือนในโรงภาพยนตร์ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาดูจากที่บ้านได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงอยู่บ้างก็ตาม ถ้าชอบการดูหนังจริงอย่างครีเอเตอร์ก็ถือว่าคุ้มครับ  ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของครีเอเตอร์เท่านั้น หากใครมีโอกาสอยากสัมผัสประสบการณ์แบบนี้บ้างก็เอามาแชร์รีวิวกันได้นะครับ Oz The Great and Powerful ไม่ได้มอบความสนุกแบบพื้นฐาน Basic ธรรมดาเหมือนหนังแฟนตาซีทั่วไป แต่มีความจัดจ้านในแบบของ Sam Raimi เพื่อไม่ให้ตัวละครดูอ่อนต่อโลกจนเกินไป นี่คือสิ่งที่ทำให้เราอยากติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่อยากลุกจากไปไหน สิ่งที่เรียกว่าความสามารถ ทำในสิ่งคนอื่นทำไม่เป็นหรือไม่เข้าใจ บางครั้งก็ใช้ในทางหลอกลวงคนอื่นได้ แต่บางครั้งมันก็อาจช่วยเหลือคนอื่นได้เหมือนกัน สำหรับครีเอเตอร์แล้วยกคะแนนความสนุกของ เรื่องนี้ให้อยู่ที่ 8/10 ครับ เครดิตภาพภาพปก โดย pvproductions จาก freepik.comภาพที่ 1  2 และ 3 โดยผู้เขียนบทความอื่นๆที่น่าสนใจรีวิวแกะกล่อง GUARDIANS OF THE GALAXY ในรูปแบบ Blu-ray 3Dรีวิวแกะกล่อง GREEN LANTERN ในรูปแบบ Blu-ray 3Dรีวิวแกะกล่อง STAR TREK INTO DARKNESS ในรูปแบบ Blu-ray 3Dรีวิวแกะกล่อง THE GREAT WALL ในรูปแบบ Blu-ray 3Dรีวิวแกะกล่อง Pirates of the Caribbean : Salazar's Revenge สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ ในรูปแบบ Blu-ray discเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

The Great Passage by Shion Muira Book Review
อ่าน

The Great Passage by Shion Muira Book Review

   สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมนำนิยายจากญี่ปุ่นมาแนะนำ The Great Passage หนังสือนิยายที่จะเติมความคิดสร้างสรรค์ และความอิสระให้กับคุณ นิยายแปลภาษาอังกฤษเล่มนี้ แปลมาจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น The Great Passage ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์และอนิเมะรวมทั้งแปลไปแล้วหลายภาษา หัวใจของเรื่องคือการผลิตพจนานุกรม ชื่อว่า The Great Passage  ผู้อ่านเคยสงสัยกันไหมครับว่า การผลิตพจนานุกรมขึ้นมาซักเล่มนึงมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ต้องใช้ทรัพยากรอะไร ใครเป็นคนทำ และต้องทำอย่างไร  ถ้าคุณอยากรู้ นิยายเล่มนี้จะเล่าให้คุณฟัง ลืมภาพงานนั่งโต๊ะ ตื่นเช้าอาบน้ำ ขับรถมาตอกบัตรที่สำนักงาน ซื้อกาแฟมานั่งจิบระหว่างทำงาน พักกลางวันลงไปทานข้าว เย็นกลับบ้าน อะไรทำนองนี้ ขอให้ลืมไปได้เลยครับ ความจริงคือตรงกันข้ามเลย พูดอีกอย่างก็คือการผลิตพจนานุกรมเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานมาก พจนานุกรม 1 เล่มใช้เวลาประมาณ 10 ปี แถมยังต้องใช้เงินมาก เป็นงานที่น่าเบื่อสุดๆ ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ ถ้าใจไม่รักกันจริง คงไม่สามารถอดทนทำงานแบบนี้ได้เป็นเวลาหลายสิบปีแน่ๆ  ขั้นตอนการผลิตก็น่าเวียนหัว ต้องเจอทั้งความจุกจิก ความซ้ำซาก และความน่าเบื่อ พนักงานทุกคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป (ถ้าไม่ชิงลาออกไปก่อนนะครับ) อ้าว ! แล้วอย่างนี้จะยังมีคนเลือกทำงานผลิตพจนานุกรมแบบนี้อยู่อีกหรอ คำตอบคือมีครับ ตอบตามหลักเหตุผลนะครับ ไม่ได้ตอบตามความรู้สึกน้า สังเกตุได้ว่าในปัจจุบันยังมีพจนานุกรมผลิตออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องเช่น oxford advanced learner's dictionary ตอนนี้ผลิตออกมาแล้วกว่า 10 เวอร์ชั่น เริ่มผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 ถึงปัจจุบัน หมายความว่าผลิตต่อเนื่องมามากกว่า 72 ปีแล้ว ตามร้านหนังสือใหญ่ๆ ก็ยังเห็นมีพจนานุกรมเล่มนี้วางขายอยู่อย่างต่อเนื่องครับ     อ้างอิงจากหลักเศรษฐศาสตร์เรื่องการขาย ตราบใดที่ไม่มีอุปสงค์ สินค้าก็ไม่ผลิตและขายไม่ออก แต่พจนานุกรมยังขายออก ก็แสดงว่ายังใช้งานได้อยู่เสมอ และนั่นก็หมายความว่าผู้ผลิตยังต้องการคนที่ทำงานด้านนี้อยู่ แล้วคนแบบนี้น่ะ เป็นคนแบบไหนกันนะ ชีวิตการทำงานในแต่ละวันเป็นอย่างไร The Great Passage เล่มนี้จะเล่าให้คุณฟัง ผ่านตัวละครหลักคือเหล่าพนักงานในแผนกพจนานุกรม ตัวละครแต่ละคนเหมือนมีชีวิตจิตใจจริงๆ ผู้อ่านจะได้เห็นวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น บรรยากาศในนิยายให้ความรู้สึกราวกับว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม The Great Passage เล่มนี้เลยครับ The Great Passageทำไมต้องอ่าน The Great Passage   ถ้าผู้อ่านชอบเรียนภาษาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว The Great Passage เหมาะกับคุณมาก เพราะผู้อ่านน่าจะมีพจนานุกรมประจำตัวใช่ไหมครับ อย่างน้อยก็คนละ 1 เล่ม  มันจะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราต้องใช้พจนานุกรมบ่อยๆ ช่วงนั้นพจนานุกรมจะเปรียบได้กับดาราคิวทอง ทุกๆ วันเราจะหยิบมาใช้งานเสมอ แต่พอนานวันเข้าเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกแล้ว พจนานุกรมก็จะกลายเป็นเพียงแค่หนังสือเก่าที่ถูกลืม แต่ The Great Passage ไม่เคยลืมครับ ในวันที่ผู้เรียนภาษาประสบความสำเร็จ จะมีสักกี่คนที่รู้สึกขอบคุณและนึกถึงพจนานุกรมของตัวเอง ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของคำศัพท์ต่างๆ และเป็นเพื่อนคู่คิด (มิตรคู่บ้าน) ที่อยู่กับผู้เรียนมาตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ  ถ้าเราลองมองในมุมนี้ดู The Great Passage เล่มนี้ชี้ให้เห็นคุณค่าของพจนานุกรมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างน่าประทับใจ The Great Passageเรื่องย่อ   เหตุการณ์ต่างๆ ใน The Great Passage เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ในแผนกทำพจนานุกรมของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แผนกนี้ตั้งอยู่ในซอกหลืบของตึกสำนักงานขนาดใหญ่  เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ในหลายแง่มุม เช่น ชีวิตการทำงานในสำนักพิมพ์ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และคนรัก  ผู้อ่านจะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมๆ กับตัวละครแต่ละตัว ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ตัวละครต่างๆ มีนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้การทำงานในแต่ละวันจะต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย  พวกเขาต้องช่วยกันรวบรวมคำศัพท์ทั้งเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกัน การทำงานเริ่มตั้งแต่รวบรวมคำศัพท์ที่มีอยู่แล้ว และออกหาคำศัพท์ใหม่ๆ ที่วัยรุ่นชอบใช้ และเป็นที่นิยมในขณะนั้น นำมาอธิบายความหมาย และช่วยกันยกตัวอย่างให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน รวมทั้งต้องตรวจสอบความเหมาะสม และความถูกต้องอีกด้วย The Great Passageแนะนำตัวละคร   โคเฮ อารากิ ชายผู้หลงไหลในการทำพจนานุกรม เขาเป็นพนักงานเก่าแก่ของสำนักพิมพ์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการและมีหน้าที่ตามหาผู้ที่จะมาสานต่องานผลิตพจนานุกรมเล่มนี้  อารากิ มีนิสัยไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น และปัญหาสุขภาพของภรรยา เขาจึงต้องรีบหาผู้ที่จะมาสานต่องานชิ้นนี้ให้ได้  ด้วยเหตุนี้โชคชะตาจึงนำพาให้ตัวละครสำคัญอีก 3 ตัว ที่มีนิสัยแตกต่างกันได้มาพบกัน และต้องทำงานร่วมกันในสำนักพิมพ์แห่งนี้  คนแรกคือ มิทสึยะ มาจิเมะ พระเอกของเรื่อง บุคลิกเหมือนเด็กเรียน พูดน้อย ขี้อาย วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่กับหนังสือ เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง เป็นคนนิ่งๆ ใช้ชีวิตแบบเรียบๆ  แต่มาจิเมะกล้าที่จะแสดงความรัก และกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับสิ่งที่เขาเชื่อและหลงไหล โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก คนที่สองคือ มาซาชิ นิชิโอกะ เพื่อนร่วมงานชาย เขาห่วงแต่รูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง และมั่นใจในตัวเองสุดๆ แถมยังชอบปากร้ายใส่คนรอบตัวอยู่บ่อยๆ แต่ในใจลึกๆ เขารักเพื่อนร่วมงานมาก และคอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ ถึงแม้จะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แต่การกระทำหลายๆ อย่างของเขา ก็พิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยตาจริงๆ  คนสุดท้ายคือ มิโดริ คิชิเบะ เพื่อนร่วมงานหญิง เธอมีนิสัยชอบตัดสินคนอื่นจากภายนอก โดยที่ยังไม่ได้รู้ถึงนิสัยใจคอที่แท้จริงของคนเหล่านั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน เธอคือคนที่พึ่งพาได้คนหนึ่ง เธอมีทั้งความทุ่มเท และกล้าแสดงออก เรื่องงานเธอไม่แพ้ใครอย่างแน่นอนThe Great Passage จุดแข็ง   ถึงแม้ว่าการทำพจนานุกรมจะดูเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่ The Great Passage เล่มนี้ กำลังบอกผู้อ่านว่า ยังมีคนที่ชอบทำงานแบบนี้อยู่นะ และพวกเขาก็ทำงานอย่างมีความสุข ทำงานด้วยความกระตือรือร้น ไม่ได้ทำอย่างเช้าชามเย็นชาม ตัวอย่างเช่นมีอยู่ตอนหนึ่งทีมงานต้องบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมาใหม่ และต้องบรรยายความหมายของคำศัพท์นั้นให้ชัดเจนที่สุด ขั้นตอนเหล่านี้ต้องผ่านการคิดอย่างรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน ต้องกระชับและชัดเจน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน เช่น คำว่า ''รัก'' คำสั้นๆ คำเดียว แต่เชื่อไหมครับว่ามันทำให้เกิดการปะทะกันทางความคิดเห็นอย่างดุเดือด ระหว่าง มาจิเมะ กับ คิชิบิ เพราะการตีความคำว่า ''รัก'' ของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกัน ความคิดผู้ชายกับผู้หญิงนั้น ก็เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วกันมาตั้งแต่สร้างโลกแล้ว แต่ละคนจึงให้ทั้งเหตุผล และยกตัวอย่างกันอย่างออกรส แต่ในที่สุดการปะทะกันทางความคิดเห็นแบบนี้ก็ทำให้เกิดผลดีต่อการทำงาน เพราะพจนานุกรมที่ดีต้องมีหลายๆ ความหมาย รวมทั้งต้องมีตัวอย่างให้ครอบคลุมทุกมิติด้วย  สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ถึงแม้ว่านิยายต้นฉบับจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้แปลก็สามารถแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างสละสลวย ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นอยู่อย่างครบถ้วน ราวกับว่าผู้แปลเป็นผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ The Great Passage เล่มนี้อ่านสนุก  อ่านแล้วเพลินจนวางไม่ลงThe Great Passage รายละเอียดชื่อหนังสือ : The Great Passage ผู้เขียน : Miura Shion ผู้แปล :  Juliet Winters Carpenter ISBN : 9781477823071 จำนวนหน้า : 212 ภาษา : ภาษาอังกฤษ ราคา : 461 สั่งซื้อหนังสือ kinokuniyathailand.kinokuniya.comThe Great Passageคะแนน5/5 คุ้มค่า   The Great Passage เน้นสไตล์การดำเนินเรื่องแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น และโดยพื้นฐาน Creator ของญี่ปุ่น พวกเขาทำงานเหมือนกับศิลปินอยู่แล้ว จึงทำให้นิยายเล่มนี้มีความ Niche (เฉพาะกลุ่ม)และมีความเป็นญี่ปุ่นสูงมาก สังเกตุได้จากการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นใน The Great Passage เล่มนี้ มีช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนอธิบายถึงขั้นตอนการเลือกกระดาษสำหรับพิมพ์พจนานุกรม กระดาษต้องไม่หนาและไม่บางจนเกินไป The Great Passage ใส่ใจในจุดนี้เป็นอย่างมาก ถ้าผู้อ่านชอบอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ จะเข้าใจว่าเวลาอ่านหนังสือเล่มหนาๆ ความลื่นไหลเวลาพลิกหน้ากระดาษไปมา มีผลต่อการอ่านเป็นอย่างมาก และกระดาษถนอมสายตาดีต่อใจผู้อ่านขนาดไหนMiura Shionนักเขียน    ชิอน มิอุระ (Miura Shion) นักเขียนชาวญี่ปุ่น เกิดปี ค.ศ. 1976 ปัจจุบันอายุ 45 ปี เธอได้รับรางวัล Naoki Prize Oda Sakunosuke Prize และ Japan Booksellers' Award นิยายของเธอได้แปลเป็นภาษาจีน เกาหลี เวียดนาม อังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี และยังได้ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ มังงะ และอนิเมะอีกด้วยJuliet Winters Carpenterนักแปล   จูเลียท วินเทอร์ คาร์เพนเทอร์ (Juliet Winters Carpenter) นักแปลชาวอเมริกัน เธอเกิดปี ค.ศ. 1948  ในแถบมิดเวสต์ของอเมริกา  เธอศึกษาวิชาวรรณคดีญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน รวมทั้งที่ศูนย์การศึกษาภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยนานาชาติในโตเกียว หลังจากสำเร็จการศึกษา เธอกลับมายังประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อมาทำงานเกี่ยวกับการแปลและการสอน  เธอเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Doshisha Women's College of Liberal Arts ในเกียวโต  นอกจากนี้เธอยังมีส่วนร่วมในโครงการ Japanese Literature Publishing Project (JLPP) เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำหน้าที่แปลและจัดพิมพ์หนังสือภาษาญี่ปุ่นออกสู่ต่างประเทศ จบแล้วจ้า (เย้ๆ ปรบมือเปาะแปะ) ก่อนจากกัน...ผมได้แต่หวังว่าถ้าหากบทความนี้เป็นประโยชน์อะไรขึ้นมาต่อผู้อ่านซักนิดผมก็ดีใจแล้วครับ สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่อ่านจนจบ คราวหน้าผมจะมารีวิวหนังสือน่าอ่านเล่มอื่นๆ อีกแน่นอนรอติดตามกันด้วยนะครับ ชาร์โคล เขียน อ่านบทความเรื่องเรียนภาษาด้วยตนเองโดยเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลักและภาษาญี่ปุ่นพออ้อมแอ้ม รวมทั้งพูดคุยเกี่ยวหนังสือดีๆ Murakami, Sapiens, etc.เรียนเชิญที่ลิงก์ข้างล่างครับcreators.trueid.netblockdit.com  เครดิตภาพทั้งหมด ปก the-great-passage / goodreads.com  รูป 1Oxford_Advanced_Learner / wikimedia.orgbook / cloudfront.netOxford-Advanced-Learners-Dictionary-Seventh / amazon.com รูป 3 the-great-passage / goodreads.comThe_Great_Passage / wikipedia.org The_Great_Passage_(TV_series) / wikipedia.org รูป 4The_Great_Passage_(TV_series) / wikipedia.org รูป 7Shion_Miura / asianwiki.com รูป 8Juliet_Winters_Carpenter / wikimedia.org รูปอื่นๆ ใช้ canva.com ทำครับ チャコール 英語 ลายน้ำของผู้เขียน (ชาร์โคล)  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Best book look great : ความลับของนางฟ้า
อ่าน

Best book look great : ความลับของนางฟ้า

เครดิตรูปภาพ : โดยผู้เขียนช่วงเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ฉันเดินเข้าไปในหอสมุดด้วยความเบื่อหน่าย ชีวิตในช่วงเวลานั้นวนลูปเดิม ๆ ทุกวัน - ตื่น-เรียน-นอน - ตลอดทั้งสัปดาห์และในช่วงเวลาพักเที่ยงของวันนั้น ฉันได้เลื่อนไปเจอกับ Page หนึ่งใน Facebook ซึ่งได้แชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองแห่งธรรมชาติในนิวซีแลนด์ มันน่าไปมาก ! ฉันเริ่มเอะใจกับความตื่นเต้นเพียงชั่ววูบของตนเอง ก่อนตัดสินใจว่าฉันจะลองไปหาหนังสือท่องเที่ยวในหอสมุดมาอ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจดูบ้าง และตอนนี้ฉันก็เจอแล้ว หนังสือเล่มนั้นที่ฉันตามหา ‘ความลับของนางฟ้า’เครดิตรูปภาพ : PixabayCredit : Pixabayรูปเล่มสีขาวพร้อมภาพวาดด้วยลายเส้นสีดำสะดุดตาจนฉันต้องหันกลับมาพิจารณาอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือนิยายแฟนตาซีแต่อย่างใด ความลับของนางฟ้าเป็นหนังสือท่องเที่ยวในเมืองต่าง ๆ ของประเทศอังกฤษ อเมริกาและประเทศแถบ ๆ นั้น ความจริงแล้วประเทศอังกฤษดูไม่น่าตื่นเต้นสำหรับฉันเท่าไหร่นัก เนื่องจากมีหนังสืออีกหลายเล่มและเพจอีกหลายเพจที่แนะนำที่เที่ยวในประเทศอังกฤษ จนฉันคิดว่าถ้าได้ไปเที่ยวที่นั่นจริง ๆ ก็คงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่แล้วแหละ เพราะทั้งหมดนั้นเคยเห็นผ่านหน้าจอมาแล้วนี่... แต่สุดท้ายฉันก็หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาลองเปิดอ่านดูเพราะตัวอักษรที่เขียนอยู่หัวมุมบนของเล่มว่า ‘โตมร ศุขปรีชา’ สำนักพิมพ์ SALMON แน่นอนว่าสำนักพิมพ์นี้ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังรวมทั้งผู้เขียนท่านนี้ด้วย เป็นอีกหนึ่งไอดอลของฉันเลยหละ ^^เครดิตรูปภาพ : PixabayCredit : Pexelsทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่ฉันคิด ความลับของนางฟ้า เป็นหนังสือท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ทุกคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ! ! เล่มนี้มีอะไรพิเศษกว่านั้น คุณโตมร เล่าเรื่องราวของแต่ละสถานที่ได้น่าติดตามมาก ๆ รวมทั้งเขายังพูดถึงความเป็นมาของสถานที่เหล่านั้นผ่านความจริงและความคิดเห็นของเขาด้วย ทุกอย่างดูสมดุล การอ่านหนังสือเล่มนี้จะไม่มีทางทำให้คุณรู้สึกเบื่อ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ผจญภัยไปกับเขาและได้คิดในบางแง่มุมตามเขาไปด้วย การเดินทางของโตมรทำให้เรารู้สึกว่า ทุกทุกที่มีเรื่องราวรอให้เราค้นพบเสมอ แม้จะเห็นมาจนช้ำ ได้ยินมาจนเอียน แต่เมื่อเราไปถึงที่นั่น บรรยากาศต่าง ๆ ก็จะพาเราไปสู่เรื่องราวบางอย่าง เรื่องราวที่รอให้คุณไปพบด้วยตัวเอง - SALMONทุกเรื่องราวนั้นมีที่มา ที่ไป การท่องเที่ยวอาจไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การไปยืนอยู่จุดนั้นและบอกว่าสวยมากแค่ไหน อย่างที่คุณโตมรเคยบอกว่า “เมื่อคุณแหงนหน้ามองฟ้าในเซ็นทรัลปาร์ค บางทีคุณอาจจะนึกขึ้นได้ว่าต่อให้นางฟ้างดงามเพียงใดแต่ใจกลางความจริงของมนุษย์ก็ยังมีเรื่องเศร้าวางตัวอยู่ที่นั่นเสมอ”เครดิตรูปภาพ : โดยผู้เขียนเครดิตหน้าปก : Canva

" เที่ยวงาน THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 "
อ่าน

" เที่ยวงาน THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 "

                            " เที่ยวงาน THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 "                          วันที่ 24 มกราคม 2563 ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้จัดงาน THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในจังหวัดขอนแก่น  ประจำปีพ.ศ. 2563  ซึ่งงานดังกล่าวได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2563 และจะจัดงานไปจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2563  ภายในงานTHE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 มีการออกร้านจำหน่ายเสื้อผ้ากี่เพ้า, เสื้อผ้าที่เน้นสีแดงสด สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน รวมถึงออกร้านจำหน่ายอาหาร , ขนมมงคล จากร้านชื่อดัง เช่น บะหมี่ฮกเกี้ยน , ขนมหนวดมังกร , หมั่นโถว , ขนมจีบ , ขนมเปี๊ยะ , ผลไม้มงคล รวมถึงสิ่งของมงคลที่นำมาขายในงานได้แก่ กำไลข้อมือ , จี้ประจำราศี,ปฎิทินจีน ,  นอกจากนี้จะมีการแสดงบนเวทีตลอดการจัดงาน เป็นการแสดงเชิดสิงโตมังกร , ตีกลองมหามงคล , สิงโตค่ายกล และการแสดงเชิดมังกร จากสมาคมเชิดสิงโตมังกรลูกเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น  นอกจากนี้ในวันที่ 25 มกราคม 2563  มีกิจกรรมเปิดเวทีเช็คดวงปีนักษัตร ปีพ.ศ. 2563 โดยดร.คฑา ชินบัญชร พบปะกับประชาชนที่เข้ามาเดินเล่นภายในงานTHE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 และมีสิทธิ์รับฟรีวัตถุมงคลเสริมดวงชะตา ปีหนูทองกันไปเลย โดยภายในงานTHE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 ทางศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้อัญเชิญองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม มาประดิษฐานไว้ภายในบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ติดกับลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น เพื่อให้ประชาชนและชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย   รวมถึงทางโรงเจฮกเซียงตึ้ง ซึ่งเป็นโรงเจเก่าแก่ของจังหวัดขอนแก่น ได้นำองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย มาประดิษฐานไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นวันปีใหม่จีน ซึ่งก็มีประชาชนและชาวไทยเชื้อสายจีนเข้ามาขอพรจำนวนมาก  สำหรับงานTHE GREAT CHINESE NEW YEAR 2020 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2563 - 30 มกราคม 2563 ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น ตั้งเเต่เวลา 10.00 น. - 20.00 น. ถือเป็นงานต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในจังหวัดขอนแก่นที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีประชาชนในจังหวัดขอนแก่นและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก                                                                                                                               - เขียน Pink / ภาพ Pink -

รีวิวหนัง The Great Wall
อ่าน

รีวิวหนัง The Great Wall

                             สวัสดีค่ะทุก ๆ คนวันนี้ผู้เขียนจะมารีวิวภาพยนต์ฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่ง ที่อลังการงานสร้างมาก ๆ หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า The Great Wall ชื่อไทยก็คือ เดอะ เกรทวอลล์ กำกับการแสดงโดย จาง อี้โหมว เป็นหนังแอคชั่นแนวสัตว์ประหลาดต่างดาว นำแสดงโดย แม็ตต์ เดม่อน ,จิ่ง เถียน , เพโดร ปาสคาล ,วิลเลม เดโฟ,หลิวเต๋อหัว ,ลู่ หาน ,เอ็ดดี้ เผิง ,จางฮั่นหยู และดาราคุณภาพอีกคับคั่งที่จะมาสร้างความมันส์แบบลุ้นระทึก แบบสุดขั้วให้กับคุณในหนังแอคชั่นแนวสัตว์ประหลาดสุดอลังการมหึมางานสร้างร่วมกันระหว่างจีนกับอเมริกาหนังเรื่องนี้จะกล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมเมืองจีนในอดีตเมื่อ 1000 ปีก่อนถึงต้องสร้างกำแพงขนาดยักษ์ที่มีขนาดความยาวถึง 5,500 ไมล์ ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ป้องกันฆ่าศึกแค่นั้น แต่ยังเป็นการป้องการสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ตกมากับอุกาบาต สัตว์ประหลาดพวกนี้นอกจากจะชอบฆ่าคนเพื่อกินเนื้อแล้วพวกมันยังมีความฉลาดไม่แพ้มนุษย์เลย และสิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นไปอีก ก็คือสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้เพิ่มประชากรขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นาน พวกมันได้บุกจู่โจมกำแพงเมืองจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ด้วยการป้องกันของกองทัพทีู่ถูกฝึกปรือฝีมือมาอย่างดี แต่ละหน่วยล้วนมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป จึงทำให้ยังสามารถปกป้องกำแพงเอาไว้ได้ แต่ในทุก ๆ 60 ปีจะมีช่วงเวลาที่พวกมันจะกลับมาโจมตีใหม่อีกครั้ง ภายใต้การสั่งงานของนางพญาของพวกมัน จนมาวันหนึ่ง ณ ปัจจุบันพวกทหารรับจ้างที่นำทีมโดย นักแสดงมากความสามารถ อย่างแมตต์ เดม่อน และ เพโดร ปาสคาล มีความต้องการดินปืน เพื่อนำไปขายจึงเดินทางมาที่ประเทศจีน เพราะรู้ว่าจีนมีดินปืนอยู่มากมาย ระหว่างทางที่เขานอนพัก อยู่ ๆ ก็มีสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายและว่องไวออกมาจู่โจมพวกเขาโดยไม่ให้ตั้งตัว จนมีผู้บาดเจ็บล้มตายไปหลายคนแต่พระเอกของเรื่องอย่างแมตต์ เดม่อน ก็สามารภเด็ดหัวพวกมันได้เหมือนกัน ระหว่างทางพวกเขาโดนทหารจีนจับกุมตัวไปสอบสวน และนี่เองก็จะเป็นจุดแจ้งเกิดของพระเอก แมตต์ เดม่อน ของเราเพราะในระหว่างที่พระเอกและสนิทโดนจับขังอยู่ พวกสัตว์ประหลาดจำนวนมากได้รวมตัวกันมาบุกที่กำแพงเมืองจีนพอดี และในตอนนั้นพระเอกก็ได้ใช้สามารถที่เขามี ฆ่าเจ้าสัตว์ประหลาดจนตายและได้ช่วยปกป้องชีวิตทหารมากมาย และกำแพงเมืองจีนไว้ได้ จนทำให้นางพญาของพวกสัตว์ประหลาดเกิดความกลัวจนเรียกพวกบริวารของมันกลับทั้งหมด และนี่ก็เป็นการแสดงความกล้าหาญของพระเอกที่เหล่าทหารจีนทุกคนต้องให้การยอม แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น เพราะพวกมันไม่ยอมหยุดที่จะบุกโจมตีกำแพงเมืองจีนอยู่เรื่อย ๆ เหล่าทหารหาญแต่ละหน่วยจะสามารถต้านทานการบุกโจมตีของพวกมันได้อีกหรือไม่ และเมื่อทุกคนรู้ว่าการจะฆ่าพวกสัตว์ประหลาดเหล่านี้มีเพียงวิธีเดียวคือต้องฆ่าตัวนางพญาของมันเท่านั้น การต่อสู้เพื่อเผ่าพันธุ์ของทั้งมนุษย์และอสูรกายครั้งใหม่และเป็นครั้งสุดท้าย จึงได้เริ่มขึ้นอีกครั้งภายใต้การช่วยเหลือของพระเอกของเรื่อง ฝ่ายไหนจะแพ้ฝ่ายไหนชนะติดตามชมกันต่อได้ใน The Great Wall รับรองว่ามันส์ซะใจ ลุ้นทุกฉากจริง ๆ ค่ะ สำหรับภาพรวมของหนังเรื่อง เดอะ เกรท วอลล์ ผู้เขียนคิดว่าเป็นหนังที่สนุกและมันส์มากนะ เพราะได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่างจางอวี้โหมวมาควบคุมการแสดง ส่วนข้อดีข้อที่หนึ่งของหนังเรื่องนี้ที่ผู้เขียนชอบก็คือฉากการต่อสู้ค่ะ เพราะว่าทำได้อลังการสวยงามดีมากสมกับเป็นหนังฟอร์มยักษ์ค่ะ โดยเฉพาะฉากโดดลงจากกำแพงเมืองจีน และปีนกำแพงแต่ละนางทำได้สวยเท่ห์มาก ๆ และการตั้งทัพของเหล่าทหารแต่ละกองก็มีดูสีสันหน้าตาที่แตกต่างกันไปนับว่าทำออกมาได้ดีมาก ๆ ข้อดีข้อที่สองก็คือการทำซีจีของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมากในแต่ละฉาก เช่นฉากตอนที่สัตว์ประหลาดจำนวนมากต่อตัวกันขึ้นกำแพงเมืองจีนที่มีความสูงเป็นอย่างมาก และฉากโยนลูกไฟจากบนกำแพงใส่พวกสัตว์ประหลาดที่อยู่ด้านล่างมองดูแล้วน่ากลัวสมจริงมากค่ะ ข้อดีข้อที่สามก็คือซาวด์แทร็คประกอบฉาก คือเลือกซาวด์ได้ลุ้นระทึกเร้าใจเข้ากับฉากดีมาถึงข้อเสียของหนังเรื่องนี้กันบ้างก็มีอยู่สองข้อค่ะแต่ไม่ซีเรียส ข้อเสียข้อที่หนึ่งคือซีจีของตัวสัตว์ประหลาดยังออกว่าเป็นซีจีอันนี้ถือว่ายังไม่เนียนเท่าไหร่ค่ะ ข้อเสียข้อที่สองก็คือบทบาทของตัวละครดัง ๆ หลายตัว เช่น เอ็ดดี้ เผิง ที่อยู่ดี ๆ ก็หายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ค่อยมีผลกระทบกับใจของผู้เขียนมากนัก โดยรวมแล้วผู้เขียนคิดว่าหนังเรื่อง เดอะ เกรท วอลล์ เป็นหนังแอคชั่นแนวสัตว์ประหลาด ที่ยอดเยี่ยมอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้เขียนได้รู้จักค่ะเพราะเป็นหนังที่ดูเพลิน สนุก อาวุธชุดเกราะต่าง ๆ ก็ดูดีเท่ห์มาก ๆ ส่วนตอนจบของหนังก็ถือว่าเป็นหนังที่จบได้สวยงามมากค่ะ ขอชมจากใจ ถึงแม้จะให้บทพี่หลิวเต๋อหัวของเราต้องตายก็ตาม เพราะจุดสำคัญคือ ตายเพื่อแผ่นดินถือว่าพี่หลิวตายได้เท่ห์มาก ๆ ค่ะ สำหรับวันนี้คงจบการรีวิวไว้เพียงแค่นี้ก่อน สวัสดีค่ะ(เครดิตปก /ภาพที่1 /ภาพที่2 /ภาพที่3/ภาพที่4) 

รีวิวหนัง The Great Wall
อ่าน

รีวิวหนัง The Great Wall

เครดิตภาพ Universalไม่ค่อยบ่อยที่เราจะได้ชมภาพยนตร์ที่อเมริกันและจีนร่วมทุนกัน โดยมีดารานำเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับฮอลลีวูดและดาราดังจากจีนอย่างหลิวเต๋อหัว มาสร้างประสบการณ์ความมันส์บทใหม่บนกำแพงเมืองจีนกับจินตนาการสุดล้ำหนังเล่าเรื่องในสมัยโบราณของจีนเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว ตำนานกำแพงเมืองจีนหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีความยาว 5,500 ไมล์  เมื่อสิ่งก่อสร้างสุดยิ่งใหญ่นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันปิศาจร้ายที่เรียกว่า เทาเทีย ที่มีกันเป็นฝูงและมีจำนวนมาก และทหารรับจ้างอย่างวิลเลียม (Matt Damon) ที่พยายามปลอมตัวเข้ามาในเมืองนี้เพื่อขโมยดินระเบิด ก็ต้องตกกะไดพลอยโจรร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหลกับแม่ทัพหลิน (Jing Tian) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หนังมาในรูปแบบของคำว่าหลากรสชาติครับ หนังมีความลุ้นระทึกตั้งแต่ช่วงเริ่มเรื่องและหนังให้บรรยากาศแบบเอเชียทั้งเรื่อง ถ้ามาดูหนังเรื่องนี้ในสไตล์ยุโรปก็อาจจะผิดหวังเล็กน้อย แต่สิ่งที่คนดูไม่ผิดหวังแน่นอนคืออสูรกายเทาเทีย ที่ผู้กำกับอย่างจางอี้โหมวจัดมาให้ดูน่ากลัวและสยองขวัญมากจริง ๆ แต่สิ่งที่จะอลังการไปไหนอย่างชุดเครื่องแต่งกายของ 4 เหล่าทัพ ซึ่งผมมองว่ามันสวยแต่มันยังมีจุดบอดในเรื่องของการวางเรื่องเครดิตภาพ Facebook Officialในเรื่องนี้มีกองทัพที่มีชุดอลังการงานสร้างอยู่ถึง 4 ชุด แบ่งเป็นสี่กองทัพ มีแม่ทัพกองละ 1 คน แตกต่างกันไปตามความรับผิดชอบและเทคนิคการต่อสู้ที่แตกต่างกันออกไป แต่ข้อติติงนิดหน่อยคือหนังเปิดตัวพวกแม่ทัพซะอลังการงานสร้าง แต่พอถึงเวลารบกลับไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมาก ว่ากันตรง ๆ ไม่มีประโยชน์เลยจ้าพวกเหล้าแม่ทัพชายชาตรี มีแต่แม่ทัพหลิน แม่ทัพสาวเพียงคนเดียวที่รบกับพวกเทาเทียอย่างถึงพริกถึงขิง ว่ากันที่การแสดงของนักแสดงนำอย่าง แมตต์ เดม่อน ค่อนข้างมีความโดดเด่นพอตัวแต่บทหนังสำหรับตัวละครตัวนี้กลับไม่แข็งแรง อย่างเช่นฉากแรกที่พระเอกฆ่าเทาเทียได้โดยบังเอิญ ทั้ง ๆ ที่พวกแม่ทัพที่เก่งกาจทั้งหลายยังไม่สามารถทำได้ มันดูบังเอิญและโอเวอร์เกินไปนิดหน่อย และอีกความเวอร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือหินที่พระเอกพกติดตัวมาด้วย กลายเป็นหินที่ทำให้เทาเทียกลัวและสงบลงเลยเหมือนพระรอดแคล้วคลาดปลอดภัยของพระเอก และคอนเซปป์หนังก็คือเดิม ๆ พระเอกเก่ง เดินทางมายังเมืองที่มีการบุกรุกของอสูรกายตัวร้าย พระเอกคิดออกหาวิธีกำจัดได้ด้วยมันสมองที่ชาญฉลาด ว่ากันตรง ๆ ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่แต่สิ่งที่โดดเด่นสุด ๆ คือ เอฟเฟคต์และCGหากมองข้ามความเดิม ๆ ของบทหนังไปได้และมามองกันที่ความอลังการของ CG บอกได้เลยว่าภาพสวยมาก ตัวเทาเทียที่เป็นอสูรกายนี่คือสุดจริง ๆ เหมือนเป็นอสูรกายปิศาจที่มีชีวิตอย่างมากและอย่าลืมว่าสิ่งที่อลังการไม่ได้น้อยกว่าเลยคือ ฉากการต่อสู้ครับ การต่อสู้ที่เรียกได้ว่าเกิดขึ้นมากกว่า 40 % ของทั้งเรื่อง และแต่ละฉากนั้น อลังการ ภาพสวย มีการต่อสู้ที่งดงามตามแบบฉบับของหนังจีน อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนอีกครับ ถ้าไม่ชอบหนังจีน อาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้เพราะมีกลิ่นอายความเป็นจีนเยอะมากเครดิตภาพ Facebook Officialความสามารถของพระเอกในเรื่องคือการใช้อาวุธระยะไกลอย่างเช่นธนู ในช่วงต้นพระเอกจะมีโอกาสได้โชว์สกิลการยิงธนูที่โคตรเทพเรียกได้ว่า โอ้ยพ่อคุณ จะยิงแม่นไปไหม และนี่ก็เป็นการเปิดตัวพระเอกที่ทำให้แม่ทัพถึงกับอึ้งไปเลยเป้าหมายของพระเอกคือการบุกมาขโมยดินปืนระเบิด แต่หนังกลับไม่ให้ความสำคัญหรือใส่ใจกับจุดนี้เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าหนังกำลังชี้ให้เห็นว่า พระเอกกำลังกลับใจจากเป็นขโมยมาช่วยนางเอกสู้รบแทน พอช่วยเหลือจนเป็นผลสำเร็จก็แทนที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับนางเอก กลับเลือกมาใช้ชีวิตกับเพื่อนสนิทแทน ไม่แฮปปี้เอนดิ้งพอดูแล้วมันขัดใจแท้เครดิตภาพ Facebook Officialคะแนนเนื้อเรื่อง 7/10 กับบทหนังที่เดาง่ายไปนิดหน่อย และตอนจบที่ผมเองก็ไม่ค่อยปลื้มนักทำให้ไม่เอนจอยกับหนังเรื่องนี้มาก แต่ถ้ามองข้ามจุดนี้ มองถึงความรู้สึกระทึกตื่นเต้นกับสิ่งที่หนังพยายามจะสื่อ ผมบอกได้เลยครับว่าหนังเรื่องนี้มีของจริง ๆ หนังไม่ได้มีความน่าเบื่อเลยตลอดเวลาที่ดู เพียงแต่ว่าคอนเซปมันซ้ำ ๆ เดิม ๆ เท่านั้นเองคะแนนเอฟเฟคต์ 10/10 ยกผลประโยชน์ให้อสูรกายเทาเทียไปเต็ม ๆ ครับ เพราะทำออกมาได้สวย เด็ดมาก แค่ลำพังเครื่องแต่งกายของเหล่านักรบก็อลังการไม่ไหวแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงเอฟเฟคต์ท่วงท่าการรบหรือการใช้โคมขนาดยักษ์ เดินทางไปยังเมืองหลวงอีก บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีที่แท้จริงข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้1. โจรกลับใจ เป้าหมายแรกที่พระเอกเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาหาทางขโมยดินระเบิดไปขาย แต่จับพลัดจับผลูมากลายเป็นนักรบ เป็นฮีโร่ฆ่าอสูรกายซะได้ แม้ว่าทุกอย่างมันจะลงตัวไปหมดแต่ว่าหนังก็ให้ข้อคิดว่าพระเอกตั้งใจช่วยสู้อย่างใจจริง2. การวางแผนรบ ด้วยสมรภูมิรบที่ไม่สามารถวิ่งไปปะทะกับอีกฝ่ายได้ตรง ๆ การจัดทัพเพื่อเป็นฝ่ายตั้งรับจึงมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เพราะว่าถ้าตั้งรับไม่ดีโอกาสที่เมืองจะแตกก็สูงมาก และเมื่อทหารแนวหน้าตายเพราะการป้องกันที่ไม่ดี ประชาชนในเมืองหรือในกำแพงก็จะตายไปด้วย    หนังดูได้เอามันส์แบบไม่ต้องหาสาระอะไรเท่าไหร่ครับ เพราะว่าบทหนัง ผมพูดตามตรงว่ามันยังกร่อยอยู่ แต่ทดแทนกันได้ที่ความตื่นเต้นในการดำเนินเรื่อง เครดิตภาพปก Facebook Official

รีวิว" The Great Flood มหันตภัยน้ำถล่มโลก" Netflix (2025)
อ่าน

รีวิว" The Great Flood มหันตภัยน้ำถล่มโลก" Netflix (2025)

เมื่อภัยธรรมชาติไม่ใช่แค่ฉากหลังของความตื่นเต้น แต่กลายเป็นบททดสอบของความเป็นมนุษย์ The Great Flood มหันตภัยน้ำถล่มโลก (2025) บน Netflix คือหนังภัยพิบัติที่พาคนดูดำดิ่งสู่โลกที่กำลังจมอยู่ใต้น้ำ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ในวันที่เทคโนโลยีล้ำหน้าและโลกใกล้ล่มสลาย สิ่งใดกันแน่ที่จะพามนุษย์รอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! รายละเอียด เรื่องย่อ : โลกต้องเผชิญกับมหันตภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่จากความแปรปรวนของธรรมชาติ เมืองสำคัญหลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางความโกลาหลและความสูญเสีย ท่ามกลางวิกฤต นางเอกซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ต้องเผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญ ทั้งการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ พร้อมเรียนรู้ว่า ในวันที่โลกใกล้ล่มสลาย สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความก้าวหน้าทางวิทยาการ แต่คือความเป็นมนุษย์ ความหวัง และการไม่ทอดทิ้งกัน ตัวละครหลัก : คิมดามี รับบทเป็น กูอันนา,พัคแฮซู รับบทเป็น ซนฮีโจ,จอนยูนา รับบทเป็น อีจีซู,ควอนอึนซอง รับบทเป็น จาอิน,พัคบยองอึน รับบทเป็น อีฮวีโซ เขียนบทและกำกับ : คิมบยองอู เข้าฉายเมื่อ : 19 ธันวาคม 2025 จุดเด่นของ " The Great Flood" การพบกันของสองนักแสดงระดับแถวหน้า : การโคจรมาเจอกันของ คิมดามี (เจ้าของรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมหลายสถาบัน) และ พัคแฮซู (นักแสดงระดับอินเตอร์จาก Squid Game) ทำให้การปะทะอารมณ์ในสภาวะจำยอมใต้น้ำมีความเข้มข้นและน่าดึงดูดอย่างมาก ความระทึกขวัญในพื้นที่จำกัด : ผู้กำกับ คิมบยองอู ใช้ความถนัดในการสร้างความกดดันในพื้นที่ปิดตาย โดยเซ็ตฉากให้อยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่กำลังจมน้ำ ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและลุ้นระทึกไปกับระดับน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละนาที นักแสดงเล่นจริงเปียกจริง จมน้ำจริงๆคือทุกคนเก่งมาก พล็อตเรื่องแนว "ไซไฟ-ภัยพิบัติ" ที่ล้ำสมัย : หนังไม่ได้เป็นแค่การหนีน้ำท่วมธรรมดา แต่มีการสอดแทรกเรื่องราวของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโปรเจกต์ลับที่กุมชะตากรรมของมนุษยชาติไว้ ทำให้เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนและน่าติดตามมากกว่าหนังแนวภัยธรรมชาติทั่วไป หักมุมและวนลูป งานภาพและเทคนิคพิเศษสุดตระการตา : ด้วยทุนสร้างจาก Netflix ทำให้งาน Visual Effects (VFX) ในการจำลองมวลน้ำมหาศาลที่กลืนกินเมืองทำออกมาได้สมจริงและน่าเกรงขาม ช่วยยกระดับความน่ากลัวของหายนะในเรื่องให้ถึงขีดสุด ดูแล้วแอบกลั้นหายใจตาม5555 การตั้งคำถามถึงความเห็นแก่ตัวและการเสียสละ : ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกคนต้องตาย หนังขยี้ประเด็นจริยธรรมของมนุษย์ว่าเราจะยอมเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือจะทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดเพียงลำพัง ซึ่งเป็นจุดเด่นของหนังแนว Survival สไตล์เกาหลีที่มักจะเข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้ดี            "เด็กๆ ไม่ได้เสียใจที่แม่ทิ้งพวกเขาไปหรอก... พวกเขาแค่กำลังเฝ้ารอด้วยความหวัง                                              ว่าสักวันแม่จะตามหาพวกเขาจนเจอ" "อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์จริงๆ?" สิ่งที่เเยก "มนุษย์" ออกจาก "AI" ได้อย่างเด็ดขาดที่สุดไม่ใช่เพียงความฉลาด แต่คือ "ความรู้สึกและอารมณ์"ที่ซับซ้อนเกินกว่าตรรกะใดจะคำนวณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความรักของคนเป็นแม่" ที่เปรียบเสมือนพลังงานมหาศาลซึ่งไร้ขีดจำกัด และ “อุปสรรคสร้างมนุษย์”ถ้าจะสร้าง AI ให้เข้าใจมนุษย์จริงๆ มันคงต้องเจอกับอุปสรรคเหมือนที่คนเราเจอ เพราะมนุษย์ไม่ได้เติบโตจากทางที่ราบรื่น แต่เรียนรู้จากความผิดพลาด ความเจ็บปวด และช่วงเวลาที่ยากลำบาก หนังเลยชวนตั้งคำถามว่า ถ้าการเรียนรู้ไม่ต้องผ่านความลำบากเลย  แบบนั้นจะเรียกว่าการเรียนรู้ได้จริงไหม ดังนั้น The Great Flood มหันตภัยน้ำถล่มโลก ไม่ได้เป็นเพียงหนังภัยพิบัติที่มอบความตื่นเต้นทางภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในยามที่โลกเผชิญวิกฤต เมื่อทุกอย่างกำลังพังทลาย สิ่งที่พามนุษย์รอดพ้นจากหายนะไม่ใช่เทคโนโลยีหรือพลังอำนาจใดๆ หากแต่คือความหวัง การเสียสละ และการไม่ทอดทิ้งกันของผู้คน ภาพPosterหน้าปกจากX(@NetflixKR) :  https://x.com/NetflixKR : ภาพที่1/ภาพที่2/ภาพที่3/ภาพที่4 ตกแต่งภาพหน้าปกจากCanvaโดย NattawadeeJenny (ผู้เขียน) ภาพประกอบจาก X(@NetflixKR)  :  ภาพที่1/ภาพที่2/ภาพที่3/ภาพที่4/ภาพที่5/ภาพที่6/ภาพที่7/ภาพที่8/ภาพที่9 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

อีกไม่ช้า...เราจะเสี่ยงกับ Great Depression อีกระลอก
อ่าน

อีกไม่ช้า...เราจะเสี่ยงกับ Great Depression อีกระลอก

สวัสดีจ้าทุกคน...ผู้เขียนเชื่อได้ว่าทุกคนล้วนเจอผลกระทบช่วง COVID-19 ทำให้บางอาชีพหยุดงานจนขาดรายได้ และบางอาชีพไม่สามารถหยุดงานได้ หรือต้องทำงานแต่ต้องอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดอยู่ตลอดเวลา จนวันหนึ่งได้อ่านบทความหนึ่งใน Facebook Page ของ "ลงทุนแมน" ซึ่งมันเล่าเรื่องราวในมุมของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเรื่องราวที่เพจได้นำเสนอ ผู้เขียนรู้สึกเห็นด้วยอย่างประหลาด คงเป็นเพราะเรื่องราวเหล่านั้นได้ถ่ายทอดให้ผู้เขียนและผู้อ่านท่านอื่นด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แต่เห็นภาพรวมชัดเจน จึงรู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านั้น มันใกล้ตัวกว่าที่ใครคิดไว้ แม้แต่ผู้เขียนเองก็พอรู้บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) ในหลาย ๆ ด้าน Credit pic : pexels Great Depression คืออะไร ผู้เขียนเหลือบเห็น Keyword หนึ่งที่บอกว่า "Great Depression" ซึ่งมีความหมายที่ไม่ดีนัก ถ้าแปลแบบคนซื่อบื้อหน่อยก็คือ "ซึมเศร้าครั้งใหญ่" แต่จริง ๆ แล้วมีความหมายในทางเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ดีนัก เพราะมันคือสภาวะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปี ค.ศ. 1929-1933 หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่เกิดขึ้นในแถบทวีปยุโรป รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย (สหรัฐอเมริกาอยู่ในพื้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ) แล้วขยายไปเกือบทั่วโลก ผู้คนต้องอยู่ในสภาวะตกงาน หรือว่างงานในอัตราร้อยละ 24.9 และตลาดหุ้น Wall Street ล้มลงในปี 1929 ซึ่งอยู่ในช่วงที่ทุกคนเรียกปรากฏการณ์ Black Tuesday แม้ว่าจบสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลายประเทศเริ่มฟื้นตัวหลังจากประเทศเสียหายมานาน ผลจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำลง การกู้ยืมที่มากขึ้น และผลจาก Black Tuesday ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้สหรัฐอเมริการวมทั้งปัญหาส่งผลต่อทั่วโลก ทำให้สหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจ มีสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลงรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น Credit pic : pexels เอาง่าย ๆ คือมูลค่าเสียหายนับ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และปัญหาเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีในการวิเคราะห์ปัญหาในช่วงไวรัสระบาด จึงแบ่งผลกระทบจากไวรัสระบาดว่า ทำไมมีโอกาสเจอสภาวะทางเศรษฐกิจประเภทนี้มากที่สุด 1. ความไม่สมดุลของ Demand (อุปสงค์ : ความต้องการซื้อ) และ Supply (อุปทาน : ความต้องการขาย) โดยปกติถ้าสมดุลกันทั้งคู่ จะเกิดจุดดุลยภาพ (Quality) แต่ผลจาก COVID-19 ทำให้จุดดุลยภาพหายไป เนื่องด้วยสินค้าและบริการถูกจำกัดการใช้และจำกัดการซื้อด้วยเหตุผลบางประการ Demand มีปริมาณมากกว่า Supply ในท้องตลาด จะทำให้เกิดผลกระทบการซื้อขายครั้งใหญ่ เช่น การกักตุนสินค้า สินค้าขาดตลาด เกิดจากอุปทานมีจำนวนจำกัด เกิดกรณี Supply มากกว่า Demand ในอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่ง เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจบริการ ธุรกิจความงาม แม้ว่าจะเสนอโปรโมชั่นมากแค่ไหน แต่ด้วยผลกระทบของไวรัส และมาตรการของรัฐบาล ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้ต้องชะงักลง เนื่องจากความต้องการขายมากกว่าความต้องการซื้อของประชาชน 2. GDP ในประเทศจะลดลง ตามที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึง GDP ในประเทศไทยว่า ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 GDP ในประเทศอยู่ที่ -5.3% ซึ่งถือได้ว่าตกต่ำมากที่สุด ตั้งแต่ปี 2551‐2552 ที่มีตัวเลขเพียง -0.7% เท่านั้น และการระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยยังมีสถานการณ์การควบคุมยังไม่นิ่งเพียงพอ อาจจะมีตัวเลขตกต่ำลงเพิ่มขึ้นกว่าที่ประมาณค่าไว้เสียอีก 3. อุตสาหกรรมการผลิตซบเซาลง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักร เหมืองแร่ อิเล็กทรอนิคส์ อีกทั้งเคมีภัณฑ์ที่ยังอยู่ในช่วงน่าเป็นห่วง แม้ว่าในส่วนของเคมีภัณฑ์ จะมีสินค้าที่เกี่ยวข้องบางชนิดยังขายได้อยู่ก็ตาม แต่ในขณะเดียวกัน สินค้าทางการเกษตรจะเริ่มมีปัญหา เนื่องจากผลผลิตราคาตกต่ำลง นั่นอาจเป็นสัญญาณของ Great Depression ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย Credit pic : pexels 4. ตลาดหุ้นผันผวนเร็ว ไม่แน่นอน จนกระทั่งตลาดหุ้นเริ่มติดลบ หากใครได้ดูหุ้นตาม SET หรือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศติดลบแทบทุกหุ้น บางหุ้นติดลบมากกว่าหลักร้อยจนน่ากลัว 5. ภาวะเงินฝืด (Deflation) เป็นภาวะที่ราคาระดับสินค้าและบริการลดลง ฟังไปก็เหมือนจะดีที่อะไรราคาลดลง มันก็น่าซื้อดี แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีในทางเศรษฐศาสตร์แน่นอน เพราะอุปสงค์น้อยลง ทำให้ไม่เกิดกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้งการลดการผลิตลง ทำให้การจ้างงานลดลงไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานตามมา ซึ่งเป็นผลร้ายตามมาในภายหลัง Credit pic : pexels นี่เองก็เป็นสัญญาณที่ควรตระหนักหลังจาก COVID-19 ยังอยู่หรือผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรากำลังเจอเหมือน "ความวัวไม่ทันหาย...ความควายเข้ามาแทรก" ตามมาอีกทีหนึ่ง ทั้งนี้นอกจากจะต้องดูแลตนเองแล้ว เราต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด บนพื้นฐานหลักความเป็นจริง เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิดไว้เสียอีก ผู้เขียนได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะต้องคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี คงจะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ เราจะต้องมีสติในการดำเนินชีวิตให้มากที่สุดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม และเราก็ต้องดูแลตัวเองเพื่อที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างปกติสุข ผู้เขียนขอจบบทความเพียงเท่านี้...สวัสดีจ้า :) Credit pic ภาพปก : pexels

รีวิว The Great Flood ภาพยนตร์ภัยพิบัติ ของ เกาหลี
อ่าน

รีวิว The Great Flood ภาพยนตร์ภัยพิบัติ ของ เกาหลี

The Great Flood ภาพยนตร์ใหม่ของ NETFLIX บอกเล่าเรื่องราวของ อันนา นักวิทยาศาสตร์คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามีเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุขับรถจมน้ำ ซึ่งตอนนั้นเธอกับลูกก็อยู่ในเหตุการณ์ ทำให้พอเรื่องดำเนินไปถึงช่วงที่น้ำเริ่มเข้าบ้านเธอถึงเกิดอาการแพนิคขึ้นมา แต่เธอก็พยายามหนีเพื่อเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ได้ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! https://youtu.be/hNvyGaUKt00?si=nVlZKa-_aPca6Z7y ช่วงเวลาของการเอาชีวิตรอด  การเอาชีวิตรอดจากน้ำท่วมที่จะเรียกว่าน้ำที่กำลังจะท่วมโลกก็ได้ ซึ่งก็ไม่มีที่มาที่ไปว่าน้ำมาจากไหน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าสงสัยอะไรมากมายก็โอเคที่จะดูต่อไป และเรื่องราวก็จะดำเนินไปแบบที่ตัวอันนาจะต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากชั้นล่างด้วยวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆให้พ้นน้ำ ด้วยพาลูกชายของตนเองจาอินไปด้วย ดูไปเรื่อยๆก็ไม่รู้ว่าทำไมตึกนี้มันสูงขนาดนี้ไม่ว่าจะโดนน้ำผลัดกี่ระลอก ก็สามารถขึ้นไปชั้นที่สูงกว่าเดิมได้เรื่อยๆ และก็มีฮีโจ ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือจนรู้ว่าตัวอันนาเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังคิดค้นอะไรอยู่ และตัวฮีโจก็น่าสงสัย การแสดงให้รู้สึกว่าไม่ใช่คนดีและรู้สึกว่ากำลังจะทำอะไรสักอย่าง    จุดพีคของเรื่อง จุดที่ภาพยนตร์อยากให้เป็นจุดพีคของเรื่อง สำหรับเรามองว่ากลายเป็นจุดที่ทำให้ภาพยนตร์กลายเป็นเรื่องที่ งง ไปเลย เพราะพอถึงจุดเฉลยในตอนนี้ก็ยังแอบไม่เข้าใจสรุปแล้วจาอินก็คือเด็กที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำมาทดลองเท่านั้น แต่ด้วยความที่อันนาดูแลทำให้เกิดความรักและความผูกพัน แต่พอมีเรื่องกฏต่างๆรวมถึง เรื่องในความคิดเลยพาให้ตัวภาพยนตร์ออกทะเลไปนิด   รีวิวจากการดู https://www.instagram.com/p/DOdwg2vk8tK/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ตัวภาพยนตร์ต้องการให้เป็นแนวไซไฟบวกกับการเอาชีวิตรอด แต่ประเด็นที่จะส่งให้เนื้อเรื่องมัดชัดว่าต้องการเล่าประเด็นไหน ดันแตกออกมาเยอะเกิน จริงๆถ้าหกเรื่องนี้พูดถึงแค่เรื่องของการเอาชีวิตรอด และสัญชาตญาณความเป็นแม่ก็อาจจะทำให้ตัวภาพยนตร์ดูโอเค อาจจะมีความคล้าย Train to Busan ในเวอร์ชั่นหนีน้ำท่วม ให้คะแนนจากการดูไป 7/10   สามารถรับชมได้ทาง NETFLIX   เครดิต ปก ปก1 Netflix วิดีโอ วิดีโอที่1 Netflix Thailand รูป รูปที่1-3 netflixkr / รูปที่4 netflixth จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ช่อง 3SD ส่ง The Great Seer ตำนานกษัตริย์ พิชิตบัลลังก์ ลงจอ เอาใจแฟนซีรี่ย์เกาหลี
อ่าน

ช่อง 3SD ส่ง The Great Seer ตำนานกษัตริย์ พิชิตบัลลังก์ ลงจอ เอาใจแฟนซีรี่ย์เกาหลี

ตำนานกษัตริย์ พิชิตบัลลังก์ เป็นเรื่องราวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์จะเล่าถึงการเปลี่ยนผ่านราชวงศ์จากโครยอไปสู่ยุคของราชวงศ์โชซอนราชวงศ์สุดท้ายของเกาหลี จีซัง (รับบทโดย จีซอง) เป็นหมอดูที่มีพรสวรรค์ในการหยั่งรู้เรื่องราวในอดีตและอนาคตของผู้คนผู้คนต่างเชื่อว่าพลังเหนือธรรมชาติของเขานั้นมาจากศาสตร์ทางด้านมืดเกี่ยวกับผีในช่วงปลายสมัยโครยอ จีซังกลายเป็นนักทำนายดวงชะตาที่ทรงอิทธิพลที่มีความสามารถเกี่ยวกับการทำนายทั้งในเรื่องของภูมิศาสตร์ หน้าตา และโชคชะตา เขาเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ทำให้โครยอนั้นล่มสลายและผลักดันให้เกิดยุคสมัยของโซซอน เขาได้ทำการช่วยเหลือนายพลอีซองคเย (รับบทโดย จีจินฮี) ให้กลายเป็นพระราชาองค์แรกของโซซอน พร้อมทั้งอีจองกึน (รับบทโดย ซงชางอึย) ที่มาเป็นคู่แข่งของจีซัง และเกิดรื่องราวความรักระหว่างจีซังกับแฮอิน (รับบทโดย คิมโซยอน) โดยมีบันยา (รับบทโดย อียุนจี) คือรักแรกของ จีซัง ติดตามชมซีรี่ย์เกาหลีสุดเข้มข้น The Great Seer ตำนานกษัตริย์ พิชิตบัลลังก์ ทางช่อง 3SD ช่อง 28 หรือ 38 ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 14.0016.00 น. และ 20.1522.15 น. เริ่มออกอากาศตอนแรก วันที่ 13 มิถุนายน 2558 ชมทีวีออนไลน์แบบสดๆ ได้ที่นี่ ช่อง 3 ช่อง 3 Family ช่อง 3 SD ช่อง 3 HD ติดตามข่าวสารบันเทิงทีวีได้อีกช่องทาง Facebook.com/TVSociety

ชวนดู 'The Great' ซีรี่ย์ตลกเสียดสีเชิงประวัติศาสตร์รัสเซีย
อ่าน

ชวนดู 'The Great' ซีรี่ย์ตลกเสียดสีเชิงประวัติศาสตร์รัสเซีย

อยากดูซีรี่ย์ที่มีเนื้อหาเชิงประวัติศาสตร์รัสเซียแต่ก็ไม่ได้อยากได้เนื้อหาที่หนักมากจนเกินไป งั้นเราขอแนะนำให้คุณดู The Great ซีรี่ย์ตลกเสียดสีเชิงประวัติศาสตร์ นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำอย่าง Elle Fanning และ Nicholas Hoult แค่เห็นรายชื่อนักแสดงนำแล้วก็อยากดูขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมล่ะคะ เรื่องย่อ:เจ้าหญิงจากเยอรมันต้องมาแต่งงานและใช้ชีวิตในประเทศรัสเซีย นำไปสู่การก้าวขึ้นมามีอำนาจอย่างเต็มรูปแบบของพระนางแคทเธอรีนมหาราช (Catherine the Great) หรือแคทเธอรีนที่ 2 (Catherine II) ถึงแม้จะเป็นคนนอกที่ไม่ได้มีเชื้อสายเกี่ยวข้องกับประเทศแต่อย่างใด แต่พระนางแคทเธอรีนมหาราชก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนในวังและทำให้คนทั้งประเทศยอมรับพระนางในฐานะเจ้าหญิงต่างแดนได้เป็นอย่างดี และท้ายที่สุดก็ได้กลายมาเป็นนักปกครองหญิงที่สามารถปกครองรัสเซียได้อย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย โดยทาง hulu ปล่อยออกมาทั้งหมด 10 ตอนด้วยกัน สามารถรับชมได้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2020 นี้ค่ะHulu คืออะไร ?Hulu คือ แหล่งดูหนัง ซีรีย์สารพัดเรื่อง รายการทีวีที่ถูกลิขสิทธิ์ทางออนไลน์ โดยไม่ต้องโหลดบิท และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นช่องทางการดูทีวีออนไลน์ที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งของอเมริกา ซึ่งการดูทาง hulu คุณผู้อ่านต้องต่อ vpn กันสักหน่อยนะคะ เพราะในประเทศไทยยังไม่สามารถดูได้การที่เจ้าหญิงจากเยอรมัน (รับบทโดย Elle Fanning) ต้องมาแต่งงานกับซาร์ปีเตอร์ที่ 3 (รับบทโดย Nicholas Hoult) นั้นทำให้มุมมองต่อความรักของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 เปลี่ยนไป นอกจากจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องอยู่ร่วมหลังคาเดียวกับเจ้าชายที่มีนิสัยแปลก ๆ อีกด้วย แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของพระนางทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และด้วยความเข้ากันไม่ได้ของทั้งสองพระองค์ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่สู้ดีนัก เมื่อการเข้ามาใช้ชีวิตที่รัสเซียดูเหมือนไม่สวยงามอย่างที่คิด หนทางเดียวที่พระนางแคทเธอรีนจะทำได้คือ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองประเทศเสียเอง เรื่องราวจะยุ่งเหยิงแค่ไหนอย่าลืมติดตามชมกันนะคะขอแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์นิดนึงนะคะ เนื่องจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่สู้ดี ทำให้พระนางมีชู้รักถึง 4 คนด้วยกัน แต่ละคนก็มีความสามารถที่เก่งกาจไม่แพ้กันอีกด้วย เรียกได้ว่าทั้ง 4 คนนี้เป็นผู้ที่มีส่วนช่วยให้พระนางแคทเธอรีนมหาราชสามารถขึ้นมาครองบังลังก์รัสเซียได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นหากดูจากตัวอย่างที่ทาง hulu ปล่อยออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าซาร์ปีเตอร์ที่ 3 เป็นตัวละครที่มีบุคลิกที่ไม่ธรรมดา เรียกว่า 'เป็นคนแปลก ๆ' เลยก็ว่าได้ และผู้เขียนเชื่อว่าการกระทำแปลก ๆ ของซาร์ปีเตอร์ที่ 3 เนี่ยยังมีอีกเยอะที่ซีรี่ย์เรื่องนี้จะนำมาให้เราชมกัน ด้วยเหตุนี้เองทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้มีการดำเนินเรื่องที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน แต่ไม่ได้ปวดหัวกับประวัติศาสตร์รัสเซียขนาดนั้นนะคะ อันนี้ออกแนวเน้นความบรรเทิงมากกว่าค่ะ นอกจากนักแสดงนำที่ชวนให้เราติดตามชมซีรี่ย์เรื่องนี้กันแล้ว ทั้งอุปกรณ์ประกอบฉากและสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษล้วนแต่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างไม่น่าเชื่อและอีกเช่นเคยผู้เขียนขอแทรกเกร็ดเล็ก ๆ เกี่ยวกับซาร์ปีเตอร์ที่ 3 เอาไว้หน่อยนะคะ ว่ากันว่าปีเตอร์ที่ 3 มีพฤติกรรมแปลก ๆ อยู่ค่อนข้างเยอะ เช่น ต้องเข้านอนพร้อมกับตุ๊กตาทหารเยอรมันทุกครั้งไม่งั้นจะนอนไม่หลับ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในความคลั่งไคล้เยอรมันของพระองค์ แน่นอนว่ายิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์ย่ำแย่ลงไปอีกหากดูจากตัวอย่างที่ทาง hulu ปล่อยออกมาก็มีการจับน้องหมาปล่อยลงมาจากระเบียง แสดงถึงพฤติกรรมแปลก ๆ ของปีเตอร์ที่ 3 อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงค่ะเพราะมีร่มชูชีพติดอยู่บนหลังน้องนะคะ น้องลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัยค่ะ ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจว่าทาง hulu ใส่มาเพื่อเพิ่มอรรถรสหรือเป็นเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์เหมือนกัน ฮ่า ๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ที่น่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียวสามารถรับชมตัวอย่างได้ที่ https://www.imdb.com/ และ https://www.hulu.com/  เครดิตภาพ:ภาพหน้าปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / และภาพที่ 3 

Best Book Look Great : The Energy Bus รถบัสพลังชีวิต
อ่าน

Best Book Look Great : The Energy Bus รถบัสพลังชีวิต

ถ้าเปรียบชีวิตของเราทุกคนเหมือนรถบัสหนึ่งคัน สิ่งที่เราต้องทำก็คือกำหนดความต้องการและเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน ความคิดเชิงบวก คือ สิ่งที่จะเป็นเชื้อเพลิงขับดันรถแห่งชีวิตของคุณไปข้างหน้าได้ เปรียบเทียบไปก็เหมือนแต่ละวันเราต้องแวะขับรถบัสของเราเข้าไปในปั๊มน้ำมันของชีวิต ในปั๊มจะมีหัวจ่ายเชื้อเพลิงอยู่สองชนิด ได้แก่ พลังเชิงบวกและพลังเชิงลบ คนเดียวที่จะเลือกเติมพลังชนิดไหนให้กับรถบัสชีวิตของเราได้ก็ คือ ตัวเราเอง - The Energy BusBest Book Look Great ขอเสนอหนังสือ The Energy Bus รถบัสพลังชีวิต หนังสือที่จะทำให้คุณผู้อ่านรับมือกับทุกสถานการณ์ในชีวิตได้อย่างมีพลัง ผ่านประสบการณ์ของผู้เขียน Jon Gordon วิทยากรมากชื่อเสียงในเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติเชิงบวก ภายในเล่มจะเปิดเรื่องถึงชีวิตของชายคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหารอบด้านทั้งการงาน ครอบครัว และความรัก เขาเหมือนคนที่ตกลงไปในหลุมที่มองไม่เห็นทางออก จนกระทั่งวันหนึ่งคนขับรถบัสที่เขาโดยสารอยู่เป็นประจำเห็นท่าทางที่ผิดปกติของเขา จึงเกิดบทสนทนาขึ้นด้วยความห่วงใย และได้กลายมาเป็นเรื่องราวที่เตือนสติเขาได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นความลับที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น จนประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง คำถาม คือ เขาพบกับความลับอะไร เจ้าคลื่นน้อยคงต้องให้คุณผู้อ่านไปติดตามกันต่อด้วยตัวเองThe Energy Bus รถบัสพลังชีวิต หนังสือพัฒนาตนเองที่ได้นำกลับมาตีพิมพ์ใหม่อีกหลายต่อหลายครั้ง มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปเลยค่ะ หน้าปกที่สวยงาม พร้อมเรื่องราวมากคุณภาพ คุณผู้อ่านสามารถซื้อได้ในราคา 185 บาทหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเติมพลังให้กับครอบครัว ปรับปรุงเรื่องการงานให้ก้าวหน้า พัฒนาทีมให้กลับมามีคุณภาพ อย่าพลาดที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ ‘การจะก้าวไปในชีวิตให้ประสบความสำเร็จในแง่มุมต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นที่วิธีคิด คนคิดบวกมีแต่จะได้ผลบวกและดีตามที่คิด ขณะที่โลกของคนคิดลบดูจะมีแต่อุปสรรค์และช่องทางที่ตีบตัน’ - สำนักพิมพ์โนวเลดจ์ เมคเกอร์Cover Credit : CanvaCredit : By writer , pixabay , pixabay , pixabay   

The Great Wall ภาพยนตร์จีนคุณภาพที่ไม่ควรพลาด
อ่าน

The Great Wall ภาพยนตร์จีนคุณภาพที่ไม่ควรพลาด

ก่อนอื่นต้องกล่าวสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนครับ ที่เป็นกำลังใจคอยติดตามบทความผม วันนี้ผมดูหนังอสุรกายอยู่ก็เลยนึกถึงหนังจีนเรื่อง The Great Wall ซึ่งเป็นหนังจีนเรื่องเดียวเลย ที่ผมนึกได้ว่ามีอสุรกายในเรื่อง The Great Wall เข้ามาฉายบ้านเราในปี 2017 เป็นหนังเกี่ยวกับอสุรกายที่อยู่หลังกำแพงเมืองจีน ในเรื่องบอกว่ากำแพงเมืองจีน ที่จริงมีเอาไว้ป้องกันพวกอสุรกายเหล่านี้ ไม่ใช่เอาไว้ป้องกัน ชนเผ่านอกด่านอย่างที่เราเคยดูในหนังจีนอื่น (เฉพาะในภาพยนตร์นะครับ) ซึ่งก็แหวกแนวเรื่องกำแพงเมืองจีน ถือเป็นการทำลายกำแพงภาพยนตร์ ในเรื่องเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีน ของจีนเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่ากี่เรื่องก็จะบอกเอาไว้ป้องกันชนเผ่านอกด่าน เพราะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ตามประวัติศาสตร์จีน ทีนี้ก็มาดูที่ตัวหนังhttps://cdn.pixabay.com/photo/2012/11/04/08/23/cinema-strip-64074_1280.jpgเรื่องเริ่มเรื่องด้วยชายชาวต่างชาติ มาเมืองจีนเพื่อตามหาดินระเบิด ในภาพยนตร์บอกว่า ที่เมืองจีนมีระเบิดก่อนที่ ชาวตะวันตกจะมี โดยดินระเบิดจะถูกจำกัด การใช้เพื่อต่อสู้กับอสุรกายเท่านั้น พวกเขาถูกจับได้โดย กองทหารไร้นาม และได้พบเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดทคือเหล่าอสุรกาย ที่กินทุกอย่างที่มีชีวิต และพวกเขายังต้อง มาเป็นเชลยของกองทหารไร้นาม ซึ่งเป็นทหารที่ประจำอยู่ที่กำแพงเมือง ตลอดชีวิตพวกเข้าจะต้องอยู่ที่นั้น เพื่อปกปิดความลับที่องค์กษัตริย์ ห้ามเปิดเผยแก่คนภายนอก เรื่องอสุรกาย ที่ต้องการข้ามกำแพงเมืองจีนเข้ามาhttps://cdn.pixabay.com/photo/2015/05/20/17/40/great-wall-of-china-775870_1280.jpgและในวันที่พวกเขาเห็นอสุรกายครั้งแรก มันก็สามารถขึ้นมาบนกำแพง แต่โชคดีที่พวกเขาพกแม่เหล็กมา ซึ่งเหล่าอสุรกาย จะถูกสะกดเมื่ออยู่ใกล้แม่เหล็ก พวกเขาถึงสามารถจัดการมันลงได้ จึงทำให้ผู้บัญชาการกองทหารไร้นาม เห็นถึงความสามารถ และต้องการให้ช่วยต่อสู้กับอสุรกาย โดยพวกเขาตกลงช่วยจัดการอสุรกาย เพราะต้องการหาดินระเบิด เมื่อได้ก็จะหนีไป ในระหว่างที่พวกเขากำลังจะได้ดินระเบิด อสุรกายก็ลอบขุดอุโมง ผ่านกำแพงเมืองจีนไปได้ ผู้บัญชาการก็ถูกอสุรกายฆ่าตายเมื่อดูแล้วรู้สึกได้ถึงพัฒนาการ ของภาพยนตร์จีน เพราะเนื้อหาแตกต่างจากภาพยนตร์จีน ที่ตัวผมเองเคยชมเลย ซึ่งภาพยนตร์จีน ถ้าแนวนี้จะเป็นภูตผีปีศาจ แต่เรื่องนี้กลับเป็นอสุรกาย การต่อสู้กับอสุรกาย ก็มีในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ อย่างอุปกรณ์ที่ใช้ต่อสู้ หน่วยรบ ที่มีทั้งชายหญิง ชุดที่ใช้ในการแสดงก็ได้รับการออกแบบมาดี ลองสังเกตดูครับ เมื่อใส่ชุดแล้วจะดูเท่หุ่นดี รวมทั้งสีสันของชุดด้วย ในส่วนของสเปเชียลเอฟเฟค ถือเป็นจุดเด่นหนึ่งของเรื่องนี้ และเป็นส่วนที่ผมรู้สึกประทับใจ ที่ทำออกมาได้ดี สมจริงไม่แพ้ฝังอเมริกา ในส่วนของการเดินเรื่องถือว่า เดินเรื่องได้สนุกมาก เนื้อเรื่องกระชับดีครับ มีฉากการต่อสู้ให้ได้ลุ้นระทึกตลอด แล้วก็ยังมีเรื่องของ นักแสดงที่เป็นพระเอกของเรื่อง คือ แม็ตต์ เดม่อน ซึ่งถือเป็นการลงทุนในการจ้างนักแสดง ระดับฮอลลีวูด ซึ่งตัวพระเอกนี่แหละ คือส่วนสำคัญ ในการจัดการอสุรกายเลย แต่จะด้วยวิธีไหนก็ไปดูกันเอานะครับhttps://cdn.pixabay.com/photo/2015/09/30/10/41/halo-965258_1280.jpgแล้วเรื่องราวต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร แล้วพวกเขาจะยอมช่วยองค์กษัตริย์ จัดการกับอสุรกายหรือไม่ พวกเขาจะจัดการกับอสุรกายอย่างไร ผมอยากให้เพื่อน ๆ ที่ยังไม่ได้ดูหามาดูให้ได้นะครับ เพราะเรื่องนี้มันมาก แถมสเปเชียลเอฟเฟคดีมากจริง ๆ ทำฉากต่อสู้ออกมาได้สนุกอีกต่างหาก ก็สุดท้ายนี้ผมก็ต้องกล่าวสวัสดีและขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เข้ามาติดตามอ่านบทความของผมรูปภาพโดย pixel2013 จาก Pixabayรูปภาพหน้าปกโดยเพจ Great Wall officialhttps://images.app.goo.gl/487Javcvf7b11Usd8     

รู้จักนักแสดง The Great Flood (2025) ภาพยนตร์เกาหลีแนวไซไฟ
อ่าน

รู้จักนักแสดง The Great Flood (2025) ภาพยนตร์เกาหลีแนวไซไฟ

         สำหรับใครที่กำลังจับตามองภาพยนตร์ไซไฟ-ภัยพิบัติจากเกาหลีใต้ “The Great Flood” การทำความรู้จักกับนักแสดงหลักถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวและตัวละครได้ลึกซึ้งขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่โซลต้องเผชิญ โดยมี “คิมดามี” รับบทเป็น อันนา นักวิจัยผู้เข้มแข็งที่ต้องเอาชีวิตรอดพร้อมลูกชาย และ “พัคแฮซู ในบทฮีโจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยทั้งสองคนให้รอดพ้นอันตราย การรู้จักนักแสดงเหล่านี้และบทบาทของพวกเขาจะช่วยให้ผู้ชมซึมซับอารมณ์ ความสัมพันธ์ และเคมีระหว่างตัวละครได้ดียิ่งขึ้นหากพร้อมแล้วก็ตามมาเลย!  รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! 1.) คิมดามี (Kim Da‑mi) “คิมดามี (Kim Da‑mi) 김다미”  วันเกิด: 9 เมษายน 1995  การศึกษา: คณะศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยแห่งชาติอินชอน        สาวคิมดามี เป็นนักแสดงชาวเกาหลีใต้ สังกัด ANDMARQ Entertainment ที่เธอได้เริ่มต้นอาชีพการแสดงด้วยภาพยนตร์อิสระเรื่อง Project With The Same Name ในปี 2017 ซึ่งเป็นภาพยนตร์รวมตอนที่ผลิตเป็นประจำทุกปีโดยรับบทเป็นหญิงสาวที่เพิ่งเลิกกับแฟนในตอน Hello, My Hard Work และเธอโด่งดังแบบปัง ๆ ในปี 2020 กับผลงานเรื่อง Itaewon Class คิมดามี รับบทเป็น “อันนา” เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทั้งด้านอารมณ์และจิตใจ เธอเป็นนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเฉลียวฉลาดและความสามารถในการแก้ปัญหา แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ปราศจากความกลัวภายนอกเธอดูเข้มแข็งและมั่นใจ แต่ภายในเต็มไปด้วยความกังวลและความวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกชายของเธอ การเผชิญหน้ากับมหาอุทกภัยทำให้เธอต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้ การตัดสินใจเหล่านี้เผยให้เห็นทั้งความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ และความเป็นมนุษย์ที่เปราะบาง ความรักของเธอที่มีต่อลูกชายกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเรื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องรับมือกับปริศนาเชิงเทคโนโลยีและความท้าทายที่มีผลต่อชะตากรรมของมนุษยชาติ คาแรคเตอร์อันนาไม่ใช่เพียงแค่ผู้รอดชีวิต แต่ยังสะท้อนถึงความหวัง ความรับผิดชอบและการต่อสู้กับความไม่แน่นอนของโลกยุคใหม่ ช่องทางการติดตาม Instagram : @d_a___m_i 2.) พัคแฮซู (Park Hae‑soo) “พัคแฮซู (Park Hae‑soo) 박해수” วันเกิด : 21 พฤศจิกายน ปี 1981         หนุ่มพัคแฮซู เป็นนักแสดงชาวเกาหลีใต้ สังกัด BH Entertainment เขาได้เริ่มต้นอาชีพนักแสดงละครเวทีในปี 2007 กับเรื่อง Mr. Lobby ต่อมาในปี 2017 การแสดงของเขาในซีรีส์ Prison Playbook ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน The Seoul Awards ความนิยมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากจากบทบาทในซีรีส์ Netflix เรื่องSquid Game ในปี 2021  https://www.instagram.com/p/DHpUeALTiOj/?igsh=c3U2MTBoYnhtaDU5 พัคแฮซู รับบทเป็น “ฮีโจ” เป็นตัวละครที่สร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความอบอุ่น เขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีทักษะสูงและความสามารถในการตัดสินใจอย่างฉับไว แต่เขาก็ไม่ใช่ตัวละครที่สมบูรณ์แบบ ฮีโจมีด้านลึกที่เกี่ยวข้องกับอดีตและเหตุการณ์ลึกลับ ทำให้เขามีทั้งความลึกลับและเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน การปรากฏตัวของเขาไม่เพียงแค่ช่วยอันนาและลูกชายเอาชีวิตรอด แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นผู้นำ ความอดทน และความสามารถในการสร้างความไว้วางใจระหว่างตัวละคร คาแรคเตอร์ของเขายังช่วยสร้างมิติทางอารมณ์ให้เรื่องราวมากขึ้น เพราะเขาเป็นทั้งตัวค้ำจุนและผู้สร้างแรงบันดาลใจในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูสิ้นหวัง ช่องทางการติดตาม Instagram : @haesoopark_official ทั้งอันนาและฮีโจเป็นตัวละครที่มีความสมดุลระหว่างความเข้มแข็งและความอ่อนแอ พวกเขาไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายเหนือความสามารถของคนธรรมดา คาแรคเตอร์ทั้งสองจึงสะท้อนถึงความจริงใจของความสัมพันธ์มนุษย์ ความรัก การเสียสละ และความหวังในการเอาชีวิตรอดแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยเพื่อน ๆ สามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง “The Great Flood” วันที่ 19 ธันวาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! เครดิตภาพหน้าปกโดย @NetflixKR ภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3 / ภาพหน้าปก4   เครดิตภาพประกอบบทความโดย @d_a___m_i : ภาพที่1  @NetflixKR : ภาพที่2 / ภาพที่4  @haesoopark_official : ภาพที่3    จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !  

ดูจบแล้วมารีวิว Great White ฉลามขาวเพชฌฆาต
อ่าน

ดูจบแล้วมารีวิว Great White ฉลามขาวเพชฌฆาต

     ต้องบอกก่อนเลยว่า หนัง Genre(ประเภท,รูปแบบ,แนว) นี้เป็นอะไรที่ผมได้มีโอกาสรับชมน้อยมากๆครับซึ่งในหนังแนวๆนี้จะมีความ Thriller(ระทึกขวัญ,เขย่าขวัญ) แฝงมาด้วยอยู่แล้ว ถ้าถามว่าเพราะอะไร คือการที่มีอะไรอันตรายเข้าใกล้เราเนี่ยมันก็อันตรายใช่ไหมครับ นั่นแหละครับจึงแฝงความน่ากลัว ความระทึกขวัญไปด้วยในตัว ซึ่งในเรื่อง  Great White ฉลามขาวเพชฌฆาต ก็ทำได้ดีพอสมควรครับผมมานั่งคิดๆดูแล้วจะมีมุมมองหนึ่งที่ผมคิดอยู่คือ มุมมองของผู้ที่สมัครบัตร M-PASS โดยจะเป็นรูปแบบที่สมัครที่จ่ายแบบ Monthly (รายเดือน) ละ 200 บาทต่อเดือน จะเลือกดูภาพยนตร์เรื่องไหนก็ได้รอบเดียวเท่านั้น ซึ่งโดนใจคอหนังอย่างมากครับ จะมีคนที่จ่ายราคาเต็ม 200 บาท Honey Moon 220-240 บาท จะคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินไปดูหรือเปล่า โดยมีอีกทางเลือกหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันคือ การรับชมภาพยนตร์ในวัน Movie Day จ่าย 120 บาท หรือลดไปจำนวนประมาณ 100บาทของราคาเต็ม โดยผมจะเพิ่มในมุมมองส่วนนี้ด้วยครับซึ่งเริ่มจากเรื่องนี้ ผมจะบอกก่อนเลยว่า ค่อนข้างที่จะอยู่ในส่วนของ 50/50 ครับ ระหว่างคุ้มกับไม่คุ้ม ที่ผมต้องบอกแบบนี้เพราะว่า ถ้าคนที่เป็นสายหนังสัตว์ประหลาดกินคนน่าจะชอบมาก ส่วนคนสายดูหนังทั่วไปต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะไม่คุ้มครับต้องบอกตามตรง เพราะมีอะไรที่เป็นช่องโหว่ของหนังอยู่ค่อนข้างเยอะและผมจะพูดในประเด็นต่อไปครับStory Telling Character Emotion Expression (การเล่าเรื่องและการแสดงอารมณ์ของตัวละคร)  การเล่าเรื่องกับการแสดงอารมณ์ของตัวละครผมจะ Explain(อธิบาย) ควบกันไปทั้ง 2 หัวข้อเลยนะครับ เพราะ2อย่างนี้ค่อนข้างจะเกี่ยวเนื่องกันในภาพยนตร์ครับ การเล่าเรื่องค่อนข้างจะเป็นเส้นตรงพอสมควรครับเส้นตรงในที่นี้เนี่ยจะหมายถึงว่าไม่ค่อยมีการหักมุมอะไรเท่าไหร่ สามารถ Guess (ทาย,เดา) ตอนจบได้ในอารมณ์ที่แบบ "อ๋อ! จบแบบที่คาดไว้เลยแห้ะ" 'As I expected' อะไรประมาณนี้เลยครับ จะไม่ค่อยพลิกโผลเท่าไหร่สำหรับการเดาตอนจบในที่นี้ผมจะพูดถึงการเดาคนที่รอดชีวิตในหนังว่าเหลือใครบ้างซึ่งจะมีคนรอด 2 คน และผมทายถูก 2 คน แต่ที่ทายผิดคือผมจะทายรอด 3 คนครับ 555555 เพราะหนังค่อนข้างที่จะ Build-Up(สร้างบรรยากาศ) ว่าคนนี้แหละควรรอด อะไรประมาณนี้เลยครับ การแสดงอารมณ์ก็ทำได้ดีครับ ทั้งอารมณ์กลัว เศร้าเสียใจของตัวละคร อยากรอดจากสถานการณ์นี้ครับด้วยความที่หนังค่อนข้างจะใส่สถานการณ์เหล่านั้นค่อนข้างเยอะครับ โดยคอหนังระทึกขวัญเนี่ยน่าจะชอบในมุมนี้อยู่ครับCostume Color Grading and Lighting  (เครื่องแต่งกาย การจัดแสงสี)  ด้วยความที่หนังส่วนมากเกือบ 90% เลยค่อนข้างอยู่ในทะเลครับโทนสีและแสงจะออกไปทางสีโทนเย็น สีฟ้าน้ำทะเล สีน้ำเงิน สีคราม อะไรแบบนี้ครับ  บรรยากาศค่อนข้างสมเหตุสมผลกับสถานการณ์ ตอนเช้า-กลางคืนแสงเหมาะสมไม่มากไม่น้อยไปครับ ส่วนเครื่องแต่งกายเนี่ยก็เป็นสไตล์ของวัยรุ่นปกติตามเทรนโดยสถานการณ์ครับOverall Analysis (การวิเคราะห์โดยรวม)โดยรวมเนี่ยผมมองว่าหนังเรื่องนี้ทำได้เหมาะสมใน Scale(ขนาด,ขอบเขต) ที่ควรจะเป็นแต่ก็ไม่ได้Perfect สมบูรณ์แบบอะไรขนาดนั้นตามที่เกริ่นๆไปในย่อหน้าแรกๆครับผมแต่ที่ผมบอกว่าทำได้เหมาะสมนั้นคือด้วยความที่เป็นหนังสัตว์ประหลาดกินคนหนังระทึกขวัญเขย่าขวัญสั่นประสาทหนังเรื่องนี้ทำได้ตรงกับประเภทของหนังครับ Plot Hole หรือข้อผิดพลาดของหนังก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะครับ แต่ถ้าเรามองข้ามโดยข้อดีของหนัง ก็บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้สนุกพอสมควรเลยทีเดียวสำหรับคะแนนที่ผมจะให้กับ Great White ฉลามขาวเพชฌฆาต คือ6.5 / 10อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ Personal Opinion (ความคิดเห็นส่วนตัว) ของผู้เขียนเท่านั้นนะครับ อย่างไรก็ตามลองไปรับชมภาพยนตร์กันรับชม Trailer ก่อนตัดสินใจครับ  VIDEO CREDIT TRAILER CLIP BY YOUTUBE : Major GroupIMAGES CREDIT : Thank for beautiful  Thumbnail  by Major GroupThank for beautiful  illustration  by  Major GroupPicture 1 / Picture 2 / Picture 3 / Picture 4 / Picture 5ติดตามบทความอื่นได้ใน ดูจบแล้วมารีวิว ด้วยนะครับ ขอบคุณสำหรับการอ่านบทความครับอัปเดตบทความรีวิวภาพยนตร์ใหม่ ๆ สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !

ชวนดู! The Great Flood (2025) ภาพยนตร์ดราม่าไซไฟ
อ่าน

ชวนดู! The Great Flood (2025) ภาพยนตร์ดราม่าไซไฟ

         เมื่อโลกทั้งใบกำลังจมอยู่ใต้น้ำ และความหวังของมนุษยชาติเหลือเพียงเสี้ยวเดียว “The Great Flood” คือภาพยนตร์ดราม่าไซไฟที่พาผู้ชมเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ ผ่านเรื่องราวการเอาชีวิตรอด ความรักของครอบครัว และคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของมนุษย์และเทคโนโลยี หนังไม่ได้มอบแค่ความตื่นเต้นจากภัยพิบัติระดับโลก แต่ยังอัดแน่นด้วยอารมณ์ ความกดดัน และประเด็นชวนคิดที่สะท้อนโลกยุคปัจจุบัน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักเหตุผลว่าทำไม The Great Flood จึงเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคอหนังไซไฟและดราม่าเข้มข้น รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! 1.) พล็อตภัยพิบัติระดับโลกที่หนักแน่น มีมิติ และชวนตั้งคำถามกับอนาคตมนุษยชาติ          The Great Flood ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์น้ำท่วมที่เน้นความตื่นตาตื่นใจ แต่เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ “ภัยพิบัติ” เป็นภาพสะท้อนของโลกยุคใหม่ เรื่องราวของน้ำท่วมครั้งใหญ่ถูกนำเสนอในฐานะผลลัพธ์ของการกระทำมนุษย์ การพัฒนาเทคโนโลยี และการเพิกเฉยต่อธรรมชาติ หนังค่อย ๆ พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสความโกลาหล ความสิ้นหวัง และความกลัวที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ทำให้ภัยพิบัติดูใกล้ตัวและน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง The Great Flood | Official Trailer | Netflix https://m.youtube.com/watch?v=SYF0MxHVAR0 2.) การผสมผสานไซไฟกับดราม่าอย่างลึกซึ้งและจริงจัง           ภาพยนตร์ใช้แนวไซไฟ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีและ AI เป็นหัวใจสำคัญ แต่ไม่ได้เล่าในเชิงวิชาการหรือซับซ้อนเกินไป หนังเลือกนำเสนอผ่านผลกระทบที่เทคโนโลยีมีต่อชีวิตมนุษย์ การตัดสินใจเชิงศีลธรรม และความรับผิดชอบของผู้สร้างสิ่งเหล่านี้ ทำให้คนดูรู้สึกว่าไซไฟในเรื่องไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตจริง 3.) การแสดงที่ทรงพลังและแบกอารมณ์ทั้งเรื่องไว้ได้อย่างอยู่หมัด       นักแสดงสาวอย่าง “คิมดามี” แสดงบทแม่ที่ต้องเผชิญกับหายนะของโลกได้อย่างลึกซึ้งและจริงใจ เธอถ่ายทอดทั้งความอ่อนแอ ความกลัว ความเหนื่อยล้า และความเข้มแข็งที่เกิดจากความรักต่อลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ชมเชื่อและอินไปกับทุกการตัดสินใจของตัวละคร ขณะที่ “พัคแฮซู” สร้างตัวละครที่เต็มไปด้วยปริศนา ความกดดัน และภารกิจที่ซ่อนอยู่ ทำให้เรื่องราวมีความตึงเครียดและน่าติดตามในทุกฉากที่เขาปรากฏตัว 4.) ฉากเอาชีวิตรอดที่กดดัน อึดอัด และสมจริงอย่างน่าขนลุก        หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของหนังคือการใช้พื้นที่จำกัดอย่างอาคารที่กำลังถูกน้ำท่วมเป็นสนามหลักของเรื่อง เสียงน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ความมืด ความคับแคบ และเวลาที่กำลังนับถอยหลัง สร้างบรรยากาศกดดันอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนติดอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวละคร และรับรู้ถึงความสิ้นหวังที่เพิ่มขึ้นทุกนาที 5.) ดราม่าครอบครัวที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง และทำให้หนังมีพลังทางอารมณ์สูงมาก        แม้ The Great Flood จะเป็นหนังภัยพิบัติและไซไฟ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างคือการให้ “ความสัมพันธ์แม่และลูก” เป็นแก่นหลักของเรื่อง หนังถ่ายทอดสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่ที่พร้อมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีชีวิตรอด ไม่ว่าจะต้องแลกกับความปลอดภัย ความฝัน หรือแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง ความรัก ความผูกพัน และความหวังเล็ก ๆท่ามกลางโลกที่กำลังจมน้ำ ทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจและตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวันหนึ่งต้องเผชิญกับหายนะเช่นนี้ เราจะเลือกปกป้องอะไรไว้เป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิต ต้องขอบอกเลยค่ะว่าภาพยนตร์เรื่อง The Great Flood (2025) ไม่ใช่แค่หนังดูสนุกหรือลุ้นระทึก แต่เป็นภาพยนตร์ที่ทั้งหนักแน่น สะเทือนอารมณ์ และทิ้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับมนุษย์ เทคโนโลยี และความรักไว้ให้คนดูคิดต่อไปหลังเครดิตจบ สามารถรับชมได้ทาง Netflix เครดิตภาพหน้าปก Netflix ภาพหน้าปก เครดิตภาพประกอบบทความ @NetflixKR ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4  เครดิตวิดีโอประกอบบทความ Netflix The Great Flood | Official Trailer | Netflix จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิว Great Worn Vintage ร้านเสื้อผ้ามือสองในปีนัง
อ่าน

รีวิว Great Worn Vintage ร้านเสื้อผ้ามือสองในปีนัง

สวัสดีค่าเพื่อน ๆ ทุกคนน วันนี้โบก็กลับมากับคอนเทนท์พาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวร้านขายเสื้อผ้ามือสองในปีนัง เมืองจอร์จทาวน์กันอีกแล้วค่ะ! บอกเลยว่าร้านนี้คือแรร์สุด ๆ ไม่ค่อยเห็นคนไทยรีวิวกันสักเท่าไหร่เลย แถมของด้านในนี่ก็เรียกได้ว่าคุณภาพสุด ๆ แล้วเราไม่เสียเวลา ไปเริ่มดูกันเลยดีกว่าค่าา ร้านนี้ชื่อร้าน Great Worn นะคะ เปิดเวลาเที่ยงถึง 3 ทุ่ม ของทุก ๆ วันเลยค่ะ ตัวร้านอาจจะอยู่ในซอยสลับซับซ้อนหน่อย แต่รับรองว่าตามกูเกิ้ลมาไม่หลงแน่นอนค่ะ! จะใกล้ ๆ กับร้าน Tai Tong Restaurant หรือติ่มซำขึ้นชื่อด้วยนะคะ (ไว้โบจะไปรีวิวแยกอีกทีค่ะ!) แถมเรายังสามารถไปติดตามร้านนี้ผ่านช่องทาง Instagram ของร้านชื่อ Greatworn_ ได้เลยค่ะ ตัวร้านจะมีสองชั้น ชั้นล่างเป็นของผู้ชาย ส่วนด้านบนเป็นของทั้งสองเพศค่ะ ร้านนี้จะเน้นไปทางบอย ๆ กว่าหน่อย และของส่วนใหญ่ก็จะเป็นของมีแบรนด์ทำให้ราคาแอบแรงเล็กน้อยค่ะ แต่เทียบกับคุณภาพโบว่าโอเคเลย! มีผ้าแบบจากยุโรป ลองจับดูคือนุ่ม ดูใส่สบายมากเลยค่ะ ในร้านก็คือตกแต่งสวยมากก สายคอนเทนท์ถูกใจแน่ สินค้ามีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเสื้อยืดลายแปลก ๆ เสื้อกีฬา เสื้อแขนยาวเท่ ๆ ก็คือครบเลย ขนาดโบไม่ใช่พวกตามสะสมของวินเทจหรืออะไร เข้าร้านนี้มายังประทับใจเลยค่ะ หลายเทสมากก ถูกต้อง ๆ วันนี้ก็ต้องขอตัวลาเพื่อน ๆ ไปก่อน หวังว่าทุกคนจะได้ประสบการณ์ดี ๆ จากบทความนี้นะคะ ถ้ามีเนื้อหาข้อมูลผิดพลาดไปไหนส่วนไหนต้องขอภัยมา ณ ที่นี้ก่อนเลยค่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมากจนถึงตรงนี้นะคะ แล้วอย่าลืมติดตามกันต่อว่าบทความถัดไปโบจะพาเพื่อน ๆ ไปกินเที่ยวที่ไหนต่อนะคะ !   เครดิตภาพ • ภาพปก • ภาพที่ 1 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์ • ภาพที่ 2 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์ • ภาพที่ 3 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์ • ภาพที่ 4 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !